เรื่องย่อ วัยแสบสาแหรกขาด

วัยแสบสาแหรกขาด — 4 กุมภาพันธ์ 2015 4:38 am


waisabนักจิตวิทยาเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวอย่าง ทรายทิพย์ หรือแซนต์ ได้รับการติดต่อมาจากเพื่อรักอย่าง ปาล์มที่ทำงานอยู่ในโรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษาว่า ต้องการให้สาวนักจิตวิทยาคนนี้มาร่วมงานด้วยกัน ซึ่งโรงเรียนนี้มีผู้บริหารคือนพลักษณ์ สาวเก่งผู้มากความสามารถจนสามีเธอทนไม่ไหวและขอหย่า เมื่อถึงเวลามรดกโรงเรียนนี้จึงตกเป็นของลูกชายคนเดียวคือ กร แม้จะจบมาจากเมืองนอกแต่ชายหนุ่มต้องต่อสู้กับคำครรหาต่างๆจากบุคลากรในโรงเรียน ดังนั้นเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง จึงปรึกษาเลขาคู่ใจอย่าง ปาล์ม ให้เลือกนักจิตวิทยามาร่วมโครงการที่เขาจะก่อตั้งขึ้น ท่ามกลางความไม่พอใจของอำนาจ ครูใหญ่โรงเรียนนี้ที่หวังฮุบสมบัติโรงเรียน นพลักษณ์ยื่นคำขาดว่าหากโครงการนี้สำเร็จ กรจะได้ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหาร แต่ถ้าล้มเหลวเด็กจะต้องถูกไล่ออก

ทรายทิพย์และกรแม้ว่าจะได้ร่วมงานด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่าจะไปได้ไม่สวยซะแล้ว เพราะไม่ถูกกันอย่างแรง ชายหนุ่มมักจะค่อนขอดว่าทรายทิพย์อายุน้อยและไม่มีประสบการณ์ แต่หญิงสาวก็ตอกกลับเช่นกันว่า เช่นเดียวกับนายกรนั่นแหล่ะ ที่อายุน้อยและไม่เคยสอนหนังสือมาก่อน !

โครงการ เด็กดีไม่มีปัญหา (Sweet broken home) มาจากหัวคิดของกร เพราะเขาเห็นว่าในโรงเรียนนี้มีกลุ่มเด็กนักเรียนตัวแสบที่พฤติกรรมน่าเอือมระอาต่อเพื่อนร่วมห้อง จนถูกไล่ออก แต่เมื่อดูประวัติแล้วพบว่าแต่ละคนมีปัญหาชีวิตที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น

คนที่หนึ่ง เด็กหญิงญาทิปหรือน้องปิ๊กปิ๊ก ชั้นป.4, คนที่สองเด็กชายดังใจหรือโชกุน ชั้นป.6, เด็กคนที่สาม เมษาหรือตังเม ชั้นม.3, เด็กคนที่สี่น้องมินนี่,เด็กคนที่ห้าถวายชัยหรือลูกหวาย ชั้นม .6 แววตาใสซื่อ มีพ่อที่ร่ำรวยและเจ้าชู้ แม่ก็ร่ำรวยไม่แพ้กัน แต่กลับมีพฤติกรรมชอบขโมยของจนเพื่อนไม่คบ

คนที่สองเด็กชายดังใจหรือโชกุน ชั้นป.6พ่อแม่แยกทางกันดุจฤทัยผู้เป็นแม่เป็นหญิงเก่งที่ร่ำรวย ได้เลิกทางกับภู โชกุนเป็นเด็กจอมเลี้ยงแกะ ชอบโกหกของโรงเรียน

เด็กคนที่สาม เมษาหรือตังเม ชั้นม.3 มีพ่อเป็นเจ้าของโรงงาน แม่คือเมียน้อย ตังเมเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่น และชอบขู่ฆ่าตัวตาย

เด็กคนที่สี่น้องมินนี่ ดาวโรงเรียนที่หลงตัวเองอย่างแรง มีแม่เป็นอดีตซุปตาร์ที่เผด็จการ มินนี่ติดโซเชี่ยลอย่างหนัก จนกลายเป็นเด็กเจ้าปัญหา

เด็กคนที่ห้าถวายชัยหรือลูกหวาย ชั้นม .6 แม้ภายนอกจะดูเรียบร้อยและพูดน้อย แต่ลึกๆเป็นคนชอบใช้ความรุนแรง กต่อยกับเพื่อนประจำ พ่อแม่แยกทางกัน และมีน้องสาวชื่อถวายพรหรือลูกหว้า

ทรายทิพย์เครียดสุดๆหลังจากได้รับรู้เรื่องราวของเด็กแสบทั้งห้าคน อีกทั้งผู้ชายจอมดุและชอบเจ้ากี้เจ้าการกับเธออย่าง กร ทำให้ยิ่งสาวยิ่งเครียดและกดดันเข้าไปใหญ่ แต่ก็ยังดีที่มีครอบครัวอันแสนอบอุ่นเป็นกำลังใจให้ตลอดเวลา แต่ด้วยความอดทนที่มีขีดจำกัดเธอจะไม่ทนกับความปากร้ายของ กร อย่างเด็กขาดจึงขอลาออกแบบดื้อๆเลย ! ยิ่งทำให้อำนาจสะใจเข้าไปใหญ่ ที่มีความหวังขึ้นมาวาจะได้ฮุบกิจการโรงเรียนนี้ในเร็ววัน

เมื่อไม่มีกำลังหลักอย่าง ทรายทิพย์ กรรู้สึกเหมือนขาดคนรู้ใจ จึงเร่งให้ปาล์มไปตามหาแซนต์ให้กลับมาทำงานเหมือนเดิม ตอนแรกแซนต์ก็ไม่ยอมที่จะไปแต่ก็ต้องตกใจเมื่อ ลูกหว้า น้องสาวของหวายมาหาถึงบ้าน พร้อมกับแม่ของเธอ เพื่อที่อยากจะให้พี่ชายของเธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แซนต์จึงกลับไปทำงานร่วมกับกร แต่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เจ้านาย ที่คอยด่า ! ซึ่ง กร ก็รับคำแต่โดยดี จากการที่ได้ทำงานร่วมกันแทบทุกวัน จากความรู้สึกบาดหมางกันจึงแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกดีๆ ที่นับวันมีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ

และในระหว่างปิดเทอมนี้ เด็กๆทั้งห้าคนต่างทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบ นั่นเป็นอีกมุมหนึ่งที่ทำให้แซนต์และกร รู้จักเด็กในมุมมองที่ไม่เคยได้เห็น ซึ่งเรื่องราวก็ดีท่าว่าจะไปได้ดี แต่กลับมาทีเหลวเมื่อตอนเปิดเทอม เด็กๆเหล่านั้นต่างแสดงพฤติกรรมในด้านลบมากกว่าเดิม และรุนแรงมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้นพลักษณ์ต้องสยบความโกลาหลในครั้งนี้ ด้วยการยุบโครงการของกร พร้อมกับเชิญผู้ปกครองของเด็กทั้งห้าคนมาพบที่โรงเรียน ด้วยการแจ้งความประสงค์ว่า ต้องการไล่ออกกลางเทอม ! ผู้เป็นพ่อและแม่ต่างช็อค และดึงดันที่จะไม่อยากให้ลูกของตนถูกไล่ออก

ในจังหวะนั้นเอง แซนต์พุ่งตัวเข้าไปรับฝ่ามือจากผู้เป็นพ่อของหวาย ที่ต้องการจะตีลุกอย่างโหดร้าย ส่งผลให้แซนต์ที่รับแรงกระแทกนี้มีเนื้อตัวที่เขียวช้ำตามร่างกาย กรจึงรีบปฐมพยาบาลให้อย่างทันที ยิ่งทำให้กรเกิดความรู้สึกประทับใจและความรู้สึกที่ดีต่อแซนต์มากขึ้นไปอีก เพราะผู้หญิงคนนี้ยอมถูกทำร้ายเพื่อที่จะไม่ให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ

แต่เมื่อจบไปหนึ่งเทอมตามคำมั่นสัญญาของกร ที่ของเวลาไว้หนึ่งเทอมในการปฏิบัติภารกิจโครงการนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมาพบว่าไม่บรรลุเป้าหมาย นั่นก็หมายความว่าโครงการนี้ไม่ประสบผลสำเร็จเลย ความเสียหายเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่เด็กทั้งห้าคนถูกไล่ออก กรเสียเครดิตและดูหมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว ส่วยแซนต์ก็ต้องยอมรับชะตากรรมเป็นคนตกงาน …. แต่แล้วดูเหมือนว่าเรื่องราวต่างๆที่ดูแย่ กลับกลายเป็นเรื่องดีได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว เพราะนพลักษณ์เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากระทันหัน ยอมมอบโอกาสให้กับกรได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ด้วยการฟื้นโครงการของกร ให้กลับมาดำเนินต่อไป เพื่อที่จะให้โอกาสเด็กๆ หวังว่าจะได้พัฒนาตัวเองให้ไปในทางที่ดีได้อีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้หัวเรือใหญ่อย่าง กร และแซนต์ต้องทำการบ้านแก้โจทย์อย่างหนัก ในการที่จะต้องดึงเด็กๆเหล่านั้นให้กลับมาเป็นเด็กที่สังคมยอมรับ รวมถึงให้เลิกพฤติกรรมที่ไม่ดีต่างๆทั้งหลาย

ทั้งคู่เริ่มลำดับต้นเหตุของปัญหาไปทีละนิดๆ จนพบว่านอกจากจะต้องปรับปรุงที่พฤติกรรมของตัวเด็กแล้ว พ่อและแม่ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ควรจะต้องปรับปรุงด้วยเช่นกัน เพราะสถาบันครอบครัวนั้นแม้ว่าจะเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดในสังคมมนุษย์ แต่เป็นสังคมที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์เรามากเลยทีเดียว

ทั้งกรและแซนต์ทำงานด้วยกันอย่างใกล้ชิด ต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกันอยู่เสมอ โครงการเริ่มดำเนินไปได้ด้วยดีพร้อมๆกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ต่างรู้ว่าน่าจะใจตรงกันซะแล้ว ! ท่ามกลางความชื่นมื่นของกรและแซนต์ที่หวังว่าโครงการนี้น่าจะถึงฝั่งฝันของความหวัง คือเด็กๆสามารถพัฒนาตนเองให้สังคมยอมรับได้ แต่กลับมีคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ที่ครูใหญ่ อำนาจ วางแผนไว้มาอย่างดิบดี เนื่องจากอำนาจได้ปั่นหัวผู้ปกครองหลายคน ในงานวันประชุมผู้ปกครองถึงโครงการนี้ เรื่องราวเข้าใจผิดกันไปใหญ่และลามปามมาจนการเรียกร้องขอให้เด็กทั้งห้าคนเหล่านั้นลาออก รวมถึงการไล่แซนต์ออกด้วย !

แม้ว่าเรื่องราวจะเข้าล็อกที่อำนาจวางไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องมาตกม้าตาย เมื่อเหล่าผู้ปกครองของเด็กแสบทั้งห้าคนได้ออกมาปรากฎตัวในงานประชุมผู้ปกครองวันนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็น พีรดา นวลสราญ ตรีทิพย์ ดุจฤทัย และภูทอง รวมทั้งเป็นสุข และ ยอดยุทธ ออกมาพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของลูกๆที่เป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมกับยอมรับว่าส่วนหนึ่งก็มาจากความรักและความอบอุ่นในสถาบันครอบครัวนั่นเอง ซึ่งเด็กก็เปรียบเสมือนผ้าขาว ทั้งนี้ก็อยู่ที่การอบรมและเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัวว่าต้องการที่จะแต่งแต้มสีอะไรเข้าไปในชีวิตของเด็กๆ โดยที่แต่ละคนก็ได้พูดถึงปัญหาที่มีอยู่ ได้เห็นปัญหาและเข้าลูกๆ จากคำปรึกษาของแซนต์และกรนั่นเอง ถึงทำให้เด็กแสบเหล่านี้กลับกลายเปลี่ยนหน้ามือหลังมือได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จากเสียงยืนยันของผู้ปกครองเด็กแสบ ทำให้ผู้ปกครองคนอื่นๆถึงกับพิจารณาและเห็นด้วยกับโครงการนี้ ที่สามารถเปลี่ยนจากเด็กแสบให้กลายเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมดีได้ อำนาจไม่พอใจอย่างมากที่เหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่คิด จึงเผลออลาวาดโวยวายเสียจน นพลักษณ์ต่อว่าพร้อมกับกล่าวว่า เธอรู้ว่าอำนาจต้องการที่จะฮุบโรงเรียนนี้เป็นของตน แต่ไม่มีทางเสียหรอกเพราะนพลักษณ์เตรียมพร้อมแล้วที่ยกกิจการนี้ ให้ลูกชายคนเดียวของเธอคือ กร เป็นคนสานต่อเอง !

จิ้งจกเปลี่ยนสีอย่างอำนาจ เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตีหน้าซื่อ พร้อมกับบอกว่าไม่มีปัญหาถ้าหากว่ากรจะเข้ามาบริหารโรงเรียน อำนาจยังคงเก็บความแค้นครั้งนี้ไว้ และพร้อมที่จะเอาคืนในครั้งต่อๆไป โครงการที่กรได้ก่อตั้งขึ้นนี้ ทำให้ชีวิตของเด็กๆเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ปิ๊กปิ๊กเลิกนิสัยขโมยของ โชกุนเลิกนิสัยโกหกและกล้าพูดความจริง ตังเมย้ายไปโรงเรียนประจำจังหวัดเพื่อที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับแม่ ส่วนมินนี่ก็กลับมาเป็นเด็กธรรมดาคนนึง ลดความหยิ่งยโสและลดการใช้โซเชี่ยลมีเดีย หันมาทุ่มเทกับการเรียนมากขึ้น และหวายก็เอาดีทางด้านการเล่นกีฬาจนเป็นนักฟุตบอลประจำโรงเรียน ครอบครัวของเขามีความสุขมากขึ้นเยอะเลย

แม้ว่านพลักษณ์จะชื่นชมแซนต์ในการทำผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่แซนต์ก็ปฏิเสธที่จะรับงานประจำ เพราะเธอขออยู่อย่างอิสระ ถ้าหากต้องการความช่วยเหลือเธอก็พร้อมที่จะมาทันที ให้เป็นสัญญาใจระหว่างกร ที่ทั้งคู่มีความรู้สึกดีๆต่อกันนั่นเอง เรื่องนี้ทำให้แซนต์รู้ว่าครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมนุษย์เรา การอบรมบ่มสอนให้คนในครอบครัวได้รู้ในด้านดีๆ ก็จะทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปได้ด้วยดี






ชอบเว็บนี้ กด Like เลย

  • Share this post:

ขอขอบคุณ Youtube Channel: TV3 Official, gmmchannel, GTHchannel, MCOT Official และ ช่อง one

ความคิดเห็น


เพื่อนๆที่ดูไม่ได้แนะนำให้ลองใช้โปรแกรม Chrome ในการดูนะครับ