เรื่องย่อละคร มาลีเริงระบำ

มาลีเริงระบำ — 16 กันยายน 2014 8:17 pm


maliเสียงร้องเพลงเจื้อยแจ้วที่ดังมาจากห้องน้ำในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นเพียงหมู่บ้านชนบทเล็กๆบ้านนอก เสียงร้องจากเด็กสาวคนนึงที่ใช้ห้องน้ำเป็นดั่งเวทีที่เธอฝ่ฝันจะได้ไปยืนตรงจุดๆนั้น โดยใช้ฝักบัวเป็นไมโครโฟน มีชื่อว่า “หนูมาลี”(มีชื่อจริงพ่อตั้งให้ว่า ด.ญ.มาลีเริงร่า อากาศดี ชื่อน่ารักๆที่มาพร้อมกับหน้าตาอันสะสวย จิ้มลิ้ม ดั่งสาวสวยในนิยาย ที่อยู่ในห้องน้ำวันละหลายชั่วโมง เพื่อที่จะได้ฝึกร้องเพลงให้เพราะ หวังว่าจะได้เป็นเหมือนดั่งศิลปินในทีวี

สาวน้อย หนูมาลี เป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาๆคนนึงที่ฐานะไม่ได้ร่ำรวยแต่อย่างใด ใช้ชีวิตอยู่กับสองผู้เฒ่าอย่างมีความสุขแม้ว่าเธอจะไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของพ่อและแม่มาเป็นเวลากว่า 15 ปีแล้วก็ตาม เธอเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูจากปู่และย่าที่น่ารัก มีชื่อว่า ปู่เชื้อ ชายแก่ผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์ และย่าหงส์ ที่แม้ว่าแกจะหูตึงแต่ใจดีกับหนูมาลี เธอจึงรักสองปู่ย่า นี้อย่างมาก จากการที่เธอเติบโตมาแบบไม่มีพ่อแม่ ทำให้ชีวิตในแต่ละวันคลุกอยู่กับสิ่งที่เธอชอบ นั่นก็คือ การร้องเพลง โดยมีทีวีและวิทยุเป็นพี่เลี้ยงให้กับเธอและเจ้าตัวเองก็ได้เปิดฟังอยู่ทั้งวี่ทั้งวันไม่มีเบื่อ …เธอมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะมีโอกาสเข้าไปประกวดร้องเพลงในเมืองหลวงแล้วได้รับรางวัลชนะเลิศ ดังเป็นดาวเด่น มีชื่อเสียงในเมืองหลวงออกรายการทีวีสักครั้งในชีวิต และความฝันอย่างที่ 2 ก็คือ เข้าเมืองหลวงไปตามหา เรืองยศ หรือ พ่อยศ .. พ่อบังเกิดเกล้าแท้ๆ ที่หนูมาลีอยากจะเจอหน้ามากที่สุด หนูมาลีมักจะส่งจดหมายเพื่อพูดคุบกับพ่อเรื่อง ทุกๆเดือน โดยที่เธอจะไปส่งจดหมายที่ไปรษณีย์ด้วยตัวเองทุกครั้ง และพ่อเรืองเองก็จะส่งเงินมาให้เธอทุกๆเดือนเหมือนกันไม่เคยขาด… ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่ยังจำได้ดี สำหรับหนูมาลีนั้น ก็คือ พ่อเรือง ในชุดทหารเกณฑ์ เอาข้าวของเครื่องใช้ของฝากมากมายมาเยี่ยม ปู่ย่าและหนูมาลี เธอยังจำอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนั้นได้เป็นอย่างดี แม้ว่านั้นจะอยู่ในช่วงที่เธออายุ 3 ขวบเท่านั้น แต่หลังจากนั้นพ่อก็ได้แต่ส่งเงินมาและไม่เคยปรากฎตัวให้เห็นอีกเลย แต่สาวน้อยคนนี้ก็ยังรอคอยที่จะได้เจอหน้าพ่ออีก ซึ่งทุกๆวันสงกรานต์ สามคนปู่ ย่าและหลาน มักจะไปรอปากทางเข้าหมู่บ้าน แต่ก็ไร้วี่แวว ถึงอย่างไรก็ตามปู่บอกว่าพ่อเรืองเป็นทหารที่เก่งมาก และป่านนี้คงเป็นเจ้าคนนายคน สบายแล้ว

mali2

หนูมาลีมีความทรงจำและความรักที่ดีต่อพ่อเป็นอย่างมาก และไม่จำเป็นที่จะต้องมีแม่ ! เพราะปู่เล่าให้ฟังว่า พ่อและแม่ของหนูมาลีได้เสียกันตอนงานลอยกระทง และเกิดท้องขึ้นมา ด้วยความที่แม่ของหนูมาลีหลงแสงสีในเมือง หลังจากคลอดลูกแล้วจึงได้หนีเข้าไปในเมืองหลวง ทิ้งให้พ่อเรืองต้องตามหาลูกสาวสุดที่รัก ถึงขั้นที่ว่าต้องขโมยยอดดวงใจมาจากสถานสงเคราะห์เลยทีเดียว เพราะไม่อยากจากลูกไป แล้วให้ปู่กับย่าเลี้ยง ส่วนพ่อเรืองเองก็เข้าไปในเมืองหลวง ดิ้นรนหางานทำเพื่อส่งเสียหนูมาลีให้เรียนสูงๆ แต่สิ่งที่หนูมาลีไม่เข้าใจก็คือ ทำไมพ่อถึงไม่ยอมให้ตนเองออกไปหาพ่อในเมืองหลวง นี่จึงเป็นความคิดที่ว่าสักวันหนึ่งเธอต้องเจอหน้าพ่อให้ได้

หลังจากเรียนจบ ม.6 หนูมาลีได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะไปตามหาพ่อ และทำตามความฝันที่จะเป็นซุปเปอร์สตาร์อันโด่งดัง ..หนทางในการเข้าเมืองหลวงมันช่างน่าปวดหัวและอ่อนเพลียซะเหลือเกิน ซับซ้อนเกินที่จะเข้าใจ แต่ก็ดูเหมือนว่าเรื่องยุ่งยากจะเกิดขึ้นกับตัวสาวน้อยทันทีทันใด เมื่อนายตำรวจอธิ กำลังไล่จับคนร้ายส่งยาเสพติด.. แต่ที่ไหนได้ดันเข้าใจผิดว่าเป็นหนูมาลีไปซะนี่.. เธอจึงหาทางป้องกันตัวเองด้วยการใช้สนับมือฟันไปที่หน้าอกของทองทาจนเป็นรอยแผลเป็น สุดท้ายทองทา อธิ และมาลีจึงไปสถานีตำรวจด้วยกัน จึงรู้ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทิ้งให้ทองทาและมาลีอยู่ด้วยกัน ทองทาได้เอ่ยปากให้หญิงสาวที่ไร้หนทาง ไปพักที่บ้านตนชั่วคราว แล้วจึงช่วยหนูมาลี ตามหาพ่อต่อไป

หนูมาลีคิดว่าทองทาและอธิเป็นพวกรักร่วมเพศ และบังเอิญซะด้วยที่ดันไปเห็น ใบสมัครร้องเพลงอยู่ในกระเป๋าของทองทา เธอจึงได้ไถ่ถามเรื่องราวจากทองทา และรู้ว่าเขารักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ เธอปักใจเชื่อว่าเขาเป็นเกย์ และทั้งสองมีความใฝ่ฝันที่คล้ายๆกัน เป็นนักล่าฝันจากบ้านนอกเหมือนกันกับตน…. แต่หารู้ไม่ว่าทองทานั้นเป็นผู้ชายทั้งแท่ง ไม่ได้แอ๊บแต่ อย่างใด เขารักการเต้นทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ ในวัยเด็กนั้นพ่อกับแม่แยกทางกัน เขาจึงได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับแม่ที่เป็นนักบัลเล่ต์ จนกกระทั่งเขาเรียนจบอาชีพเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นและการแสดงโชว์ มีผลงานมากมายในต่างประเทศ แล้วเดินทางมายังประเทศไทย .. เขารู้สึกขำและชอบใจในตัวหญิงสาวคนนี้อย่างมาก พูดคุยสนุกทุกคืนเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะสนิทสนมกับหนูมาลีอย่างรวดเร็ว และความประทับใจที่ไม่มีวันลดน้อยลง !

หนูมาลีแอบสะกดรอยตาม ชงโค คนที่เอาจดหมายไป และได้พบกับการะเกด จนได้รู้ว่าพ่อเธอคือเจ้าของจดหมายฉบับนั้น หนูมาลีจับจ้องอยู่บนเวทีการแสดง ไฟแสงสีปรากฏ สาวน้อยใจเต้นแรง ที่พ่อเรืองจะปรากฎตัวขึ้นตรงหน้า และแล้วก็ได้ปรากฎชายหนุ่มที่แต่งแต้มสีสันใบหน้าและเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เหมือนผู้หญิงทุกอย่าง หนูมาลีแทบอึ้ง ! เมื่อรู้ว่าความจริงแล้วพ่อเรืองไม่ใช่นายทหารแต่อย่างใด พ่อเรืองเป็นสาวประเภทสอง ! คือ โรส เจ้าของร้านคาราโอเกะที่สวยและร้องเพลงเพราะมาก เธอจึงกระจ่างได้ว่าเหตุที่พ่อเรืองไม่ยอมมาหา ปู่ ย่าและหนูมาลีที่บ้านเป็นเพราะ กลัวความอับอายที่แท้จริงว่าเป็นสาวประเภทสองนั่นเอง เมื่อได้พบหน้ากันแม้จะไม่เอ่ยเอื้อนคำใด แต่โรส ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ ลูกสาว ของเขา… มาลีเรียกพ่อว่า พี่โรส เธอต้องอยู่กรุงเทพต่อไป ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านโรส และเรียนต่อ วันๆหนูมาลีไม่ค่อยได้พูดกับโรสมากสักเท่าไหร่ แต่ถ้าสังเกตุจะเห็นได้ว่าโรสไม่เคยดุด่ามาลีสักคำ เมื่อเทียบกับเด็กเสิร์ฟในร้านที่มักจะโดนสาวประเภทสองคนนี้ด่ากราด…อยู่เรื่อย

mali3

มาลีได้สมัครประกวดร้องเพลงพร้อมกับ ชงโค การะเกด ส่วนเจ้าของสถานีโทรทัศน์ก็คือเมืองแมน พ่อของทองทา เมืองแมนเป็นคนเจ้าชู้และเห็นแก่ผลประโยชน์มีภรรยาคนล่าสุดชื่อ โยทะกา แม่ของมาลีนั่นเอง คู่ต่อสู้คนสำคัญของมาลีคือ เบลล่า ลูกสาวของเมืองแมนที่แอบมีชู้คือ บัวบุษบงที่ตายแล้วเพราะกินยาฆ่าตัวตายเนื่องจากทนความเจ้าชู้ของชายผู้นี้ไม่ได้ ซึ่งเบลล่ามีความสนิทสนมกับทองทา และได้เข้าประกวดร้องเพลงนี้เช่นกัน และเมืองแมนก็ได้สนับสนุน เพื่อกระแสข่าวและเรทติ้งทางสถานี

เหล่าผู้เข้าประกวดมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมาลี การะเกด ชงโค เบลล่า ทิมมี่ โกมินทร์ ภูมิ แม้ว่ามาลีจะไม่มีครูผู้สอนที่เชี่ยวชาญแต่ด้วยความพยายามและความสามารถที่ฝึกฝน จึงทำให้เธอเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อย ๆ จนได้พบกับ ซีโร่ นักร้องชายในฝัน ทองทารู้ดีว่าซีโร่ไม่มีความจริงใจต่อมาลีและพยายามหลอกใช้ ส่วนเบลล่าเองก็หาทางแกล้งมาลีตลอดเวลา ส่วนกิจการที่ร้านของโรสไม่ค่อยดีนัก ชงโคก็ตกรอบจากการประกวด ซูซี่เพื่อนของโรสจึงชวนไปถ่ายรูปโป๊และชงโคก็ได้กลายเป็นผู้หญิงกลางคืนเต็มตัว ซูซี่ยังหลอกให้การะเกดไปหาวานิช จนถูกข่มขืน สุดท้ายเหลือเพียงมาลีเท่านั้นที่อยู่ในการประกวดร้องเพลง ความลับของโรสถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อไปพบปู่ย่า มาลียืนยันว่า ไม่ว่าโรสจะเป็นยังไง ก็ยังเป็นพ่อของเธอในที่สุด

ทองทาสารภาพรักมาลีด้วยการร้องเพลงบนเวที ปรับความเข้าใจและรักกัน ส่วนซีโร่ก็รู้ความจริงว่ามาลีและโรสเป็นพ่อลูกกัน แคที่ ผู้ใหญ่ใจดี ..ได้ออกทุนก้อนใหญ่ให้โรสฟื้นกิจการ ทำให้ร้านกลับมาคึกคักกว่าเดิม ลูกค้าแน่นอย่างมาก แต่จู่ๆโรสก็เกิดอาการป่วยเป็นมะเร็งที่ลำไส้ โยทะกาได้รู้ว่ามาลีคือลูกสาวของตน ที่มีท่าทีว่าไม่ยอมรับแม่ของเธอ เมืองแมนพยายามปลุกปล้ำมาลีจากการที่เบลล่าอ้างว่ามาลีแอบชอบเมืองแมน โยทะกาเข้ามาช่วยได้ทัน และใช้กระสุนปืนยิงที่ขาของเมืองแมน

เบลล่ายังแกล้งมาลีอีก ด้วยการปลุกกระแสว่าไม่ยอมรับพ่อที่เป็นสาวประเภทสอง แต่เหตุการณ์พลิกผันเมื่อมาลีร้องเพลงและเรียกโรสว่า พ่อ อย่างเต็มปาก ทำให้เรียกคะแนนท่วมท้นเป็นอันดับหนึ่ง แต่เบลล่าก็ยังโกงคะแนนได้รางวัลที่หนึ่งเป็นของตัวเองจนได้ ส่วนชงโคและการะเกดได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากโรส และทุกคนจากการกลับมาอยู่ที่ร้าน.. อีกทั้งโยทะกาได้เข้ามาช่วยเหลือรักษาโรสที่ป่วยหนักอยู่

อากาศของโรสทรุดหนัก แต่เขาดีใจที่เห็นมาลีทำฝันให้เป็นจริง และปลดหนี้สินได้หมด เขาจึงทำพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้กับทุกคน โดยให้มาลีดูแลกิจการต่อ หลังจากโรสหมดลมหายใจจึงได้ฝากฝังให้โยทะกาช่วยดูแล สำหรับ อธินั้นก็ขอการะเกดแต่งงาน ส่วนทองทาก็ขอมาลีแต่งงาน เพียงแต่รอให้มาลีเรียนจบก่อนเท่านั้น เมืองแมนเดินไม่ได้และถูกปลดจากการเป็นเจ้าของรายการโทรทัศน์ ทองทาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสถานีแทน สำหรับเบลล่านั้นเมื่อตำรวจดำเนินคดีเรื่องจ้างวาน คนมาทำร้ายมาลี ก็มีอาการคล้ายคนสติไม่ดี

มาลีจึงได้กลายเป็นนักร้องที่แสนจะโด่งดัง ทั้งชื่อเสียงและงานเข้ามาอย่างไม่หยุด แม้จะไม่ใช่ผู้ที่ชนะเลิศในการประกวด แต่การที่ได้ทำตามความฝันและมีความรักที่ดีกับชายหนุ่ม มีแม่ที่ดูแลเธอ เพียงเท่านี้เธอก็มีความสุขแล้ว

ติดตามชมมาลีเริงระบำ ได้ทางช่อง 3 เริ่ม วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม 2557 ทุกวันพุธ – พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ช่อง 3





ชอบเว็บนี้ กด Like เลย

Tags:
ขอขอบคุณ Youtube Channel: TV3 Official, gmmchannel, GTHchannel, MCOT Official และ ช่อง one

ความคิดเห็น


เพื่อนๆที่ดูไม่ได้แนะนำให้ลองใช้โปรแกรม Chrome ในการดูนะครับ