ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง

หงส์สะบัดลาย — 18 กันยายน 2012 10:45 pm


เมื่อทางเดินของหัวใจหนึ่งดวง มีหัวใจอีกสองดวงรออยู่ ดวงหนึ่ง…เพียบพร้อมทุกอย่างที่ผู้ชายในโลกน้อยคนพึงมี รักและผูกพันมาเนิ่นนาน ดวงหนึ่ง…ดีแสนดี มีรอยยิ้มและความอบอุ่นยามอยู่ใกล้ รักและพร้อมพลีชีวิตให้เธอได้ทุกวินาที เธอจะเลือกหัวใจดวงไหนให้เข้ามาสู่หัวใจของเธอ

ณัฐวุฒิ สกิดใจ รับบท ระบิล ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ รับบท เนติมา ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
พศุตม์ บานแย้ม รับบท ศิวัช ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
อเล็กซ์ เรนเดลล์ รับบท ยศวีร์ / ดล ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
กฤติกา ซิงห์ รับบท อนงค์ ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
มรกต หทัยวสีวงศ์ รับบท ขวัญชนก ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล รับบท ผู้กำกับวิเชษฐ์ ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
ภาณุเดช วัฒนสุชาติ รับบท ธำรง ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
สันติสุข พรหมศิริ รับบท พงษ์เลิศ ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
วริษฐ์ ทิพโกมุท รับบท อิทธิหาญ ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์ รับบท ชลกร ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี รับบท กันต์ ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ รับบท เจือจันทร์ ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท คำเที่ยง ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
อนุสรณ์ เดชะปัญญา รับบท นายพลทวี ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
กรกฏ ธนภัทร รับบท ปาน ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
เพชรดา เทียมเพ็ชร รับบท เอมมิกา ใน ละคร หงส์สะบัดลาย
ภัทรินทร์ เจียรสุข รับบท ปฏิพร ใน ละคร หงส์สะบัดลาย

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 1

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 2

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 3

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 4

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 5

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 6

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 7

ดูละคร หงส์สะบัดลาย (ตอนที่11) วันที่ 18 กันยายน 2555 ย้อนหลัง ช่วงที่ 8



ละครหงส์สะบัดลาย ละครช่อง3 ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.25 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3

เรื่องย่อประจำตอน ละครหงส์สะบัดลาย

ตอนที่ 11

เนติมาวิ่งนำ ดล อ้อ และคำเที่ยงเข้าหลบหลังกองวัสดุก่อสร้าง พลางมองไปรอบๆบริเวณอย่างระวังตัว เสียงปืนเงียบหายไปพักใหญ่ อ้อชวนหนีต่อ แต่คำเที่ยงเอ่ยอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า เป็นการเงียบเพื่อให้ทุกคน ออกไปเป็นเป้ากระสุนปืนขณะนั้นดลหันไปเห็นลูกน้องอิทธิหาญคนหนึ่งซุ่ม อยู่ เขากระชับท่อนไม้ในมือปรี่ออกจากที่กำบัง พลันกระสุนปืนนัดหนึ่งพุ่งมาเฉี่ยวขาจนเสียหลักล้มลง อ้อกับคำเที่ยงปราดเข้าประคอง

อ่านต่อ

เนติมาวาดปืนไปรอบๆ พลางร้องท้าพวกเหล่าร้าย ด้วยความโมโห “แน่จริงออกมาสู้ซึ่งๆหน้าสิ ออกมา…ออกมา” ขาดคำกระสุนปืนหลายนัด ก็ระดมยิงเข้ามาโดนกองวัสดุก่อสร้างที่พวกเนติมาหลบอยู่ เหมือนเป็นการข่มขวัญให้กลัว

อิทธิหาญยืนมองเหตุการณ์อยู่บนบ้านร้างหลัง หนึ่ง เขาสะใจที่เห็นกลุ่มของเนติมาหลบอยู่หลังกองวัสดุก่อสร้างด้วยความหวาดผวา ปานยืนขนาบข้าง เขาไม่สบายใจนัก

“กลับกันไหมครับเสี่ย พวกมันขวัญหนีดีฝ่อกัน หมดแล้ว”

“กลับเหรอ ฉันจะกลับต่อเมื่อพวกมันเป็นศพ”

“เสี่ยครับ แต่…”

“เชื่อ สิ งานนี้พ่อต้องเห็นด้วยกับที่ฉันทำแน่ๆ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะถ้าพวกมันไม่ตาย มันต้องเอาเราตายแน่” อิทธิหาญยกปืนขึ้นเล็งไปยังกลุ่มของเนติมา แล้วลั่นกระสุนออกไป

กระสุน นัดหนึ่งเฉียดหัวเนติมาไปโดนกองวัสดุอย่างเฉียดฉิว อ้อกลัวจนตัวสั่น ดลฉุนจัดตะโกนท้าเหล่าร้ายให้ออกมาสู้กันซึ่งๆหน้า แล้วพลันชะงักเมื่อได้ยินเสียงอิทธิหาญดังก้องมาอย่างน่ากลัว

“จะซึ่งหน้าหรือซึ่งหลัง ผลลัพธ์มันก็เหมือนกัน คือ พวกแกจะออกไปจากที่นี่ได้ต่อเมื่อเป็นศพออกไปเท่านั้น”

“อิทธิหาญ” เนติมาจำเสียงได้ เธอตะโกนสวนกลับไป “แกนี่ลูกไม้หล่นใต้ต้นจริงๆเลยนะ ชั่วเหมือนพ่อ ลอบกัดเก่งเหมือนหมา”

“คุณเนติ์” คำเที่ยงปรามเนติมา เพราะกลัวทุกคนจะเป็นอันตราย

“ไม่ต้องกลัวค่ะคุณลุง มันมีปืนเราก็มีปืนเหมือนกัน ขออย่างเดียวอย่ารุม อย่าลอบกัดแบบนี้ มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

จังหวะนั้นเองดลหันไปเห็นอะไรบางอย่าง เขาบอกพี่สาว “มันไม่สนใจคำพูดพี่เนติ์หรอกครับ”

เนติ มา อ้อและคำเที่ยง มองตามดลไปเห็น โปรย ชูศักดิ์และลูกน้องอิทธิหาญอีกสี่ห้าคน เดินดาหน้าอย่างย่ามใจออกมาจากมุมต่างๆ ทั้งหมดถือปืนสั้นปืนยาวพร้อมระเบิดกระสุน

“เลวที่สุด!” เนติมาสบถ

อ้อ หน้าเสีย ขณะที่เนติมามองไปรอบๆ ก่อนสั่งให้ทุกคนหนีไปอีกด้านก่อน แต่คำเที่ยงว่าคงไม่ทัน เพราะเห็นทนงและลูกน้องอีกกลุ่มถือปืนเดินอาดๆ เข้ามา

เมื่อโดนปิดล้อมหมดทุกด้าน ดลตัดสินใจจะออกไปลุยทั้งๆ ท่ีมีเพียงท่อนไม้ท่อนเดียว อ้อรีบดึงไว้พลางเตือนสติ เนติมามองลูกน้องของอิทธิหาญที่ขนาบเข้ามาทั้งสองด้านด้วยสีหน้าเครียดคิดหา ทางออก

เวลาเดียวกัน ในห้องทำงานของศิวัช ธำรงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานของลูกชายอย่างไม่มีทีท่าร้อนรนกับ เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนัก ผิดกับศิวัชที่เดินกลับไปกลับมาอยู่กลางห้องด้วยความเป็นห่วงคนรัก

“แกอย่าแสดงอาการแบบนี้ให้นักข่าวหรือประชาชนเห็นนะ”

“แต่เนติ์เป็นแฟนผมนะครับคุณพ่อ”

“แกยิ่งต้องเก็บอาการ อย่าลืม…แกคือความมั่นใจของคนทั้งประเทศ”

“ผมชักเบื่อหัวโขนที่สวมอยู่เต็มทีแล้ว”

ธำรง มองศิวัชด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพยายามเก็บความรู้สึก ลุกขึ้นเดินไปโอบไหล่พลางเตือนสติ “ละครยังไม่จบ จะถอดหัวโขนได้ยังไงล่ะลูก ลืมภารกิจที่เรากลับมาเมืองไทยไม่ได้แล้วเหรอ จะเป็นใหญ่ใจต้องกล้านะลูก พ่อก็เป็นห่วงหนูเนติ์ไม่น้อยไปกว่าแกเหมือนกัน ผู้กำกับวิเชษฐ์นำกำลังออกตามหาแล้วและพ่อก็เชื่อว่าหนูเนติ์ต้องไม่เป็น อะไร”

“คุณพ่อมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“เพราะพ่อมั่นใจหนูเนติ์ หนูเนติ์เป็นคนเก่ง แล้วก็เก่งกว่าที่แกคิดมากด้วย” ธำรงพูดด้วยความมั่นใจ ศิวัชมองพ่อด้วยความสงสัยแต่ไม่กล้าเอ่ยถาม

ooooooo

อิทธิหาญมองลงมา เห็นพวกเนติมาตกอยู่ในวงล้อมก็หัวเราะสะใจ หันมาบอกกับปานที่ยืนหน้าเครียด “ไม่มีความสุขอะไร เท่ากับการเห็นคนจนตรอกโดนล้อมฆ่า โดยเฉพาะคนจนตรอกที่ว่าคือพวกนางเนติมา ฮ่าๆ”

เสียงโทรศัพท์มือถือของปานดังขึ้น เขากดรับแล้วรีบยื่นให้เจ้านายเพราะพงษ์เลิศโทร.มา

“คราวนี้คงไม่ด่าผมอีกใช่ไหมครับพ่อ” อิทธิหาญอมยิ้ม

“ถ้าจะทำ อย่าให้เหลือกลับมาเป็นเสี้ยนย้อนกลับมาตำเราเด็ดขาด”

“พ่อ ก็รู้ว่าผมไม่ธรรมดา ที่สำคัญวันนี้ไอ้ระบิลไม่ได้มาเป็นการ์ดให้นางเนติมา เท่ากับวันนี้งานของเราง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ผมไม่อยากโม้ เอาเป็นว่าผมเก็บภาพการล้อมฆ่าที่คลาสสิกที่สุดกลับไปฝากพ่อดีกว่า” อิทธิหาญหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้องเล็งถ่ายคลิปพวกของเนติมาอย่างย่ามใจ

พงษ์เลิศกดวางสายจากลูกชาย ก่อนหันมาเห็นชลกรยืนมองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอติงว่าอิทธิหาญทำแบบนี้อาจทำให้เสียเปรียบมากขึ้น

“แต่ฉันไม่มีวันปล่อยมันเล่นงานข้างเดียวแน่ เพราะมันต้องการเอาเราตายเหมือนกัน”

“ลอง เจรจาอีกสักครั้งไหมคะ ในทางการเมือง ถ้าเอื้อประโยชน์ที่ต้องกัน ดำก็เปลี่ยนเป็นขาวได้ตลอดเวลานะคะ” ชลกรพยายามโน้มน้าวเพราะไม่อยากปะทะ แต่พงษ์เลิศสวนอย่างหงุดหงิด

“เอื้อประโยชน์ หึ…แล้วมันเคยเอื้อประโยชน์อะไรที่ถวายพานส่งไปให้มันบ้างไหมล่ะ เธอถวายพานให้ไอ้ธำรงตั้งกี่รอบมันยังไม่เห็นเอื้ออะไรมาให้เลย เสน่ห์เธอตก แม้แต่ฉันยังรู้สึกเลย”

“ตกลงความผิดอยู่ที่ฉัน…” ชลกรพูดด้วยความรู้สึกน้อยใจ ขณะที่พงษ์เลิศยิ้มเยาะ

“หรือจะปฏิเสธ ว่าทางที่เธอเดินบนเส้นทางชีวิตทุกวันนี้ ไม่ได้บริหารด้วยเสน่ห์กับเรื่องบนเตียง”

ชลกรฉุนขาดเงื้อมือขึ้นมาจะตบ แต่พงษ์เลิศไวกว่า เอื้อมมือขึ้นคว้ามือเธอกำแน่นพลางตะคอกใส่

“ลูกกวางอย่างเธอ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกชลกร ทางที่ดีอยู่เชื่องๆ ทำตามจังหวะหายใจที่ฉันกำหนดให้แล้วเธอจะสบาย เพราะยังไงขั้วของฉันก็ไม่มีวันแพ้แน่นอน”

“คุณกับลูกชายไม่ต่างกันเลยจริงๆ”

“ไม่อย่างนั้นจะเป็นพ่อลูกกันได้ยังไงล่ะ แต่เห็นอย่างนี้…ฉันโหดกว่าลูกชายฉันเยอะ ฮ่าๆ” พงษ์เลิศกระชากตัวของชลกรเข้ามาหอมแก้มอย่างได้ใจ ก่อนเดินหนี ทิ้งให้ชลกรนิ่งงัน รู้สึกอึดอัดจนต้องร้องไห้ออกมา

ด้านเนติมา เธอยังคงกำปืนแน่น คิดหาทางออก เพราะลูกน้องอิทธิหาญยังคงปิดล้อมอยู่ทั้งสองด้าน ดลมองอ้อนั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องกลัวนะอ้อ พี่ไม่ยอมให้พวกมันทำอันตรายอ้อเด็ดขาด”

คำเที่ยงมองลูกสาวด้วยความสงสาร ก่อนมองไปรอบๆ เขาคิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง แล้วหันไปบอกเนติมา

“ผมจะวิ่งล่อพวกมันออกไปทางโน้น จากนั้นคุณหนูพา…”

“ไม่นะจ๊ะพ่อ หนูไม่ยอมให้พ่อเสี่ยงอันตรายอย่างนั้นนะจ๊ะ” อ้อร้องไห้พลางโผเข้ากอดคำเที่ยง

เนติมาพยายามทำใจให้เป็นปกติ หันไปอธิบายให้ คำเที่ยงฟัง “ถึงคุณลุงจะล่อพวกมันไปที่อื่น แต่พวกมันมีตั้งเยอะ มันคงไม่ตามคุณลุงไปทั้งหมดหรอกนะคะ”

“อีกอย่าง จากตรงนี้อีกตั้งไกลกว่าจะถึงถนนใหญ่…” ดลพูดค้างไว้แค่นั้น แล้วหันไปสบตากับพี่สาวอย่างปรึกษา

เสียงโทรศัพท์มือถือของเนติมาดังขึ้น เธอกดรับสายได้ยินศิวัชเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เนติ์…เป็นอะไรรึเปล่า ไหนว่าจะติดต่อกลับมาไงจ๊ะ แล้วเสียงปืนเมื่อกี้ล่ะเนติ์ ตกลงเกิดอะไรขึ้น แล้วตอนนี้รู้รึยังว่าเนติ์อยู่ที่ไหน ผู้กำกับวิเชษฐ์กำลังพาเจ้าหน้าที่ออกตามหาเนติ์อยู่นะจ๊ะ”

เนติมาครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่งก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอบอกคนรักว่าแค่นี้ก่อน แล้วกดวางสาย

“เดี๋ยวสิจ๊ะเนติ์ อย่าเพิ่งวางสาย เนติ์…เนติ์…โธ่เอ๊ย” ศิวัชถอนใจด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นธำรงนั่งมองอยู่ด้วยสายตาตำหนิ

ooooooo

เนติมาหาพิกัดที่ตัวเองอยู่จากโทรศัพท์มือถืออย่างเร่งรีบเพื่อจะส่งไปให้วิเชษฐ์ตามมาช่วย แต่ไม่ทันติดต่อได้ก็ถูกสมุนอิทธิหาญระดมยิงใส่ เธอใช้ปืนพกยิงตอบโต้ กระสุนถูกสมุนอิทธิหาญล้มไปหลายคน

อิทธิหาญยืนมองด้วยความเจ็บใจที่สมุนยังจัดการกับพวกเนติมาไม่ได้ ครั้นเห็นกระสุนของเนติมาหมดมาเฟียน้อยก็หัวเราะร่วน ตะโกนสั่งลูกน้อง “ถึงเวลาส่งพวกมันไปหาพ่อแม่ในนรกแล้ว”

โปรยยกปืนเล็งไปที่เนติมาเตรียมเหนี่ยวไก แต่จู่ๆ กระสุนปืนนัดหนึ่งก็พุ่งมาเฉียดมือโปรยจนได้เลือด กระสุนปืนของโปรยพลาดเป้า ปืนในมือกระเด็นตกพื้น จนพรรคพวกตกใจ เช่นเดียวกับพวกเนติมาที่กำลังมองหาว่าเจ้าของกระสุนเป็นใคร

“เกิดอะไรขึ้นวะ!” อิทธิหาญหันมาถามปาน

ปานกวาดตามองไปรอบๆแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เป็นเวลาเดียวกับที่ทนงสั่งให้ลูกน้องถล่มพวกเนติมาเพื่อแก้แค้นให้โปรย แต่ไม่ทันได้ขยับตัวระเบิดเพลิงก็ระเบิดตูมด้านหน้าเหล่าวายร้าย ทำเอาทุกคนชะงักก่อนล้มระเนระนาดไปตามแรงระเบิด

อิทธิหาญกับปานตะลึงกับภาพที่เห็น มาเฟียน้อยหัวเสียรีบลงไปคุมเกมด้วยตัวเอง ปานมองเหตุการณ์ด้านนอกด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก ก่อนตามเจ้านายลงไป

ส่วนทนง โปรย ชูศักดิ์ และสมุน เมื่อตั้งหลักได้ก็พากันยืนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วต้องงงอีกรอบ เมื่อมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์พุ่งเข้ามาขวางพร้อมกับคนขับชักปืนขึ้นมายิงใส่กลุ่มลูกน้องอิทธิหาญอย่างรวดเร็ว หลายคนล้มลงสิ้นใจทันที ขณะที่ทนงหลบได้อย่างเฉียดฉิว

โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอีกกลุ่มเห็นดังนั้นก็ระดมยิงเข้าใส่บุรุษลึกลับที่ใส่หมวกกันน็อกขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาช่วยพวกเนติมา แต่เขาไวกว่า ชักปืนอีกกระบอกลั่นกระสุนสวนเข้าใส่ ถูกลูกน้องอิทธิหาญสองสามคนร่วงลงอย่างแม่นยำ ส่วนพวกที่เหลือก็วิ่งหาที่กำบัง

เนติมา ดล อ้อ คำเที่ยง ต่างตะลึงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าคนที่มาช่วยเป็นใคร จังหวะเดียวกันคนที่เสี่ยงตายเข้ามาช่วยหันขวับมาเร่งเนติมา

“รออะไร รีบหนีไปสิ เร็ว”

เนติมายังอึกอัก ชายลึกลับถอนใจ รีบลงมาจากรถแล้วปรี่ไปดึงเนติมาขึ้นรถ สาวแกร่งรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น เธอกระชับมือเขาแน่น ทั้งสองคนสบตากันค้างนิ่ง ก่อนจะสะดุ้งเพราะได้ยินดลร้อง

“โอ๊ย!” ทั้งสองหันไปเห็นดลถูกอ้อกับคำเที่ยงประคองขึ้นมายืน เนติมารีบเข้าไปประคองน้องชายด้วยความเป็นห่วง

ลูกน้องของอิทธิหาญสองสามคนโผล่จากที่กำบังจะยิงปืนใส่กลุ่มของเนติมา แต่ชายหนุ่มวาดปืนยิงเข้าใส่จนพวกมันต้องหลบกลับเข้าไปในที่กำบังอีกครั้ง ชายผู้นั้นหันกลับมาคุยกับดล

“ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ใช่ไหม”

“เออ…ได้ครับ”

“พาคนแก่กับผู้หญิงออกไปหน้าหมู่บ้าน เดี๋ยวจะมีคนมารับ”

“ใคร” เนติมาถามด้วยความสงสัย

“ไม่ต้องถามมาก อยากตายกันหมดนี่รึไง เร็ว” ชายหนุ่มพูดด้วยความร้อนใจ พร้อมกับยิงปืนสกัดลูกน้องอิทธิหาญไปด้วย เขาดันหลัง ดล อ้อ คำเที่ยง ไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ใกล้ๆ

คำเที่ยงหันไปถามคนมาช่วยด้วยความเป็นห่วงเนติมา “เดี๋ยว…แล้วคุณหนูล่ะ”

“เดี๋ยวผมพาออกไปเอง ไปเร็ว”

ดลหันมามองเนติมาด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอพยักหน้ารับปากว่าจะรีบตามไป ขณะที่ชายลึกลับช่วยยิงคุ้มกันให้สองสามนัด ก่อนที่ดลจะขึ้นรถพาอ้อกับคำเที่ยงซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไป

ทนงกับชูศักดิ์เห็นว่าพวกดลหนีไปได้จึงให้ลูกน้องระดมยิงใส่ระบิลกับเนติมาแทน ชายหนุ่มพาเนติมาเข้าไปหลบหลังกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ พลางเปลี่ยนแม็ก กระสุนปืนอย่างรวดเร็ว

“ผมไม่รู้ว่าพวกมันมีเท่าไหร่ แต่คุณเตรียมวิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดตั้งแต่คุณเกิดมา”

“นายเป็นใคร ว้าย” เนติมาถามพลางจ้องหน้าบุรุษลึกลับผ่านช่องว่างของหมวกกันน็อก แต่ต้องตกใจเมื่อเขาเอื้อมมือไปจับเท้าเธอขึ้นมา แล้วจัดการหักส้นรองเท้าออกทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว

“จะได้วิ่งถนัดๆ รองเท้าซื้อใหม่ได้ แต่ชีวิตซื้อใหม่ไม่ได้นะคุณ” ชายหนุ่มมองปืนในมือเนติมา แล้วดึงมาถือไว้ ก่อนจะยัดเก็บในกระเป๋าของเธอพร้อมสายตาตำหนิ

“ฉันไม่สนว่ามันเป็นใคร ฉันสนแต่ว่าพวกแกต้องเอากระสุนฝังในหัวพวกมันให้หมด” เสียงอิทธิหาญตะโกนก้อง

เนติมาหันมามองหน้าชายหนุ่ม เขาพยักหน้าให้อย่างมั่นใจแล้วพาเธอวิ่งออกมาจากที่กำบัง ทนง โปรย ชูศักดิ์และสมุนระดมยิงใส่แต่ไม่โดน ระบิลเอี้ยวตัวไปด้านหลังยิงปืนสวนกลับไปเป็นการขัดจังหวะพวกเหล่าร้าย ก่อนพาเนติมาวิ่งต่อไป

ooooooo

ดลขี่รถมอเตอร์ไซค์พาอ้อมาถึงถนนใหญ่ เขาได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องมาจากหมู่บ้านร้าง จึงตัดสินใจหยุดรถหันมาปรึกษาคำเที่ยงว่า จะกลับไปช่วยเนติมา คำเที่ยงลังเลเพราะทั้งห่วงดลกับอ้อและเป็นห่วงเนติมาเช่นกัน

อ้อมองไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นถนนโค้ง เธอร้องลั่นเมื่อเห็นรถของผู้กำกับวิเชษฐ์วิ่งเลี้ยวเข้ามาด้วยความเร็ว เพราะกลัวจะเบรกไม่ทัน ส่วนวิเชษฐ์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาเหยียบเบรกตัวโก่ง โชคดีที่รถเบรกได้ทัน ผู้กำกับหนุ่มรีบลงมาหาทุกคน พลางถามหาเนติมา ไม่ทันได้คำตอบ เสียงปืนอีกชุดก็ดังขึ้น

วิเชษฐ์พาทุกคนไปขึ้นรถแล้วขับเข้าด้านในเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่ถูกสมุนของอิทธิหาญที่ซุ่มอยู่ระดมยิงใส่ เขาตัดสินใจรอหน่วยสวาทมาช่วยเสริมทัพ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน แต่พอหันกลับมาดลก็หายตัวไป ผู้กำกับหนุ่มสั่งให้ลูกน้องพาอ้อกับคำเที่ยงหลบออกไปก่อน แล้วตามไปช่วยดล

ด้านคนมาช่วย เขาจูงมือเนติมาเลี้ยวเข้าหลบหลังผนังบ้านร้างหลังหนึ่ง จังหวะเดียวกับที่กระสุนหลายนัดสาดเข้ามา เนติมาชักสีหน้าด้วยความโมโหเมื่อมองไปรอบๆ เธอสะบัดมือหนีพลางต่อว่า

“เข้ามาในนี้ก็เท่ากับมาหาทางตันน่ะสิ”

“ก็ยังดีกว่าวิ่งล่อเป้าอยู่ข้างนอกน่า” ชายหนุ่มพูดพลางเดินมองไปรอบๆเพื่อหาทางออก

ขณะที่เนติมามองด้วยความสงสัยก่อนเอ่ยถามว่า นายเป็นใคร แต่ชายลึกลับไม่ตอบ เนติมาพุ่งเข้าไปจะถอดหมวกกันน็อกเพื่อดูหน้า แต่เขาคว้ามือของเนติมาไว้ได้

“เวลาอย่างนี้สนใจเรื่องความปลอดภัย มากกว่าผมเป็นใครดีกว่ามั้ง” ชายหนุ่มเสียงเข้มใส่ แล้วรวบตัวเนติมาดันเข้าหลบที่ข้างฝาเพราะเห็นเงาชูศักดิ์ยกปืนขึ้นเล็งอยู่จากด้านนอก
กระสุนพลาดเป้าถูกกระจกแตกกระจาย เนติมาร้องลั่น ชายลึกลับกระซิบสั่ง “ถ้าไม่อยากตาย ทำตามที่ผมบอก” เนติมาไม่อาจโต้แย้ง ชายผู้นั้นยื่นปืนให้เนติมาถือไว้ พลางกระชับมือแน่นเพื่อสร้างความมั่นใจ เนติมายอมเชื่อฟังเพราะมั่นใจในตัวเขาเช่นกัน

“นางเนติมามันหนีเข้าไปในนั้นครับเสี่ย” ทนงรายงานเมื่ออิทธิหาญลงมาสมทบ

“วิ่งไปหาทางตัน ในนั้นล่ะที่ตายของแก เฮ้ย…รออะไรอยู่วะ เข้าไปล่ามันสิวะ” มาเฟียน้อยสั่งการ

“ครับเสี่ย” ทนงหันไปพยักหน้าให้โปรยกับชูศักดิ์อย่างรู้งาน ก่อนทั้งสามคนจะพาลูกน้องเดินเข้าไปอย่างได้ใจ จังหวะเดียวกันนั้น ปืนนัดหนึ่งก็ลั่นออกมาจากในบ้าน กระสุนถูกลูกน้องอิทธิหาญอย่างจัง มันล้มลงสิ้นใจ เหล่าสมุนต่างชะงักด้วยความตกใจ

“มึง! เฮ้ย ไปลากมันออกมา วันนี้มันต้องตาย…วันนี้มันต้องตาย เร็ว” อิทธิหาญมองเข้าไปในบ้านร้างตรงหน้าด้วยความโมโห

ส่วนเนติมา เธอโวยใส่ชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องยิงก่อนด้วย ชายผู้นั้นอธิบายว่านาทีนี้ใครยิงก่อนได้เปรียบ แล้วชวนเนติมาหนีต่อ

“นายจะพาฉันไปไหน”

“ถามได้ ก็พาออกไปจากที่นี่ไงคุณ ออกไปทางพื้นดินไม่ได้ก็เหาะไป เร็ว” บุรุษลึกลับเร่งฝีเท้าพาเนติมาขึ้นบันได แต่ต้องชะงักเมื่อเนติมาโพล่งขึ้นมา

“นายระบิล”

ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะรวบตัวเนติมาเข้ามาหลบที่ผนัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กระสุนสองนัดเฉียดตัวเธอไปนิดเดียว

“ถามมาก อยากตายรึไง” ระบิลมองเนติมาในอ้อมกอดอย่างตำหนิ

ขณะที่เนติมามองตาระบิลอย่างรู้สึกอบอุ่น ระบิลเอื้อมมือไปกระชับปืนในมือเนติมาแน่น พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พร้อมนะครับ”

เนติมาพยักหน้าด้วยความมั่นใจ ก่อนจะได้ยินเสียงเดินเข้ามา ระบิลเอี้ยวตัวลั่นกระสุนเฉียดชูศักดิ์ไปนิดเดียว ทนงกับโปรยลั่นกระสุนสวนมาแต่ไม่ทัน เพราะระบิลพาเนติมาวิ่งขึ้นไปด้านบนแล้ว

“ตาม!” ทนงวิ่งนำทุกคนขึ้นไป

ระบิลกับเนติมาวิ่งขึ้นมาชั้นบน ทั้งสองคนมองไปรอบๆ เพื่อจะหาทางหนี บอดี้การ์ดชะโงกมองไปทางหน้าต่างด้านหลังบ้าน แล้วหันมาบอกเนติมา

“ทางนี้ครับ หลังบ้านมีทางออกอีกซอย”

เนติมาหันขวับไปทางหน้าต่างบานหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ เหมือนได้ยินเสียงอะไรดังมาจากด้านนอก เธอชะโงกเป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกน้องอิทธิหาญคนหนึ่งปีนขึ้นมาถึงพอดีและกำลังจะชักปืนออกมา เนติมาตัดสินใจยิงสวนออกไป ลูกน้องอิทธิหาญร่วงลงไปสิ้นใจตาย เธอถอนใจด้วยความโล่งอก

ขณะที่ระบิลหันไปเห็น ทนง โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอิทธิหาญอีกจำนวนหนึ่งก็ตามขึ้นมาทางบันไดจึงยิงสกัดไปสองนัด ก่อนจะออกแรงคว่ำถังน้ำมันสองร้อยลิตรที่มีน้ำบรรจุอยู่เต็มเข้าใส่ เพื่อขัดจังหวะอีกด่านหนึ่ง

“ทางนี้ เร็ว!” ระบิลรีบคว้ามือเนติมาวิ่งออกไป

ลูกน้องอิทธิหาญซุ่มดูอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นระบิลกับเนติมากำลังจะหนีไปที่บ้านอีกหลังจึงชวนกันไปสกัด แต่ถูกดลดักเล่นงาน เหล่าร้ายเปลี่ยนเป้าหมายหันมารุมดลแทน หนุ่มน้อยพลาดท่า เกือบโดนยิงตาย โชคดีที่วิเชษฐ์มาช่วยไว้ทัน จากนั้นสองหนุ่มก็ชวนกันไปช่วยเนติมาในบ้านร้าง

ooooooo

ระบิลกับเนติมาวิ่งเข้ามาหลบหลังกำแพงปูน พร้อมกับกระสุนหลายนัดสาดตามเข้ามา ทนง โปรย ชูศักดิ์ และสมุนตามเข้ามายืนมองไปยังผนังปูนที่ยังก่อไม่เสร็จดีนักอย่างชอบใจ
“หนีไปก็เท่านั้น สุดท้ายก็ตายอยู่ดี ฮ่าๆ” ทนงหัวเราะร่วน

ระบิลมองไปที่ระเบียงบ้านที่อยู่ไม่ห่างไปนักนิดหนึ่ง ก่อนชี้ให้เนติมาดู แต่เธอไม่เข้าใจถามว่า จะให้ทำอะไรกันแน่

“เห็นไหมที่ระเบียงมีเชือกที่ใช้โรยวัสดุก่อสร้างอยู่”

“นายอย่าบอกนะ ว่าจะให้ฉันโรยตัวลงไป”

“ทางเลือกเดียวที่จะรอด วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วใช้ปืนในมือให้เป็นประโยชน์”

“แต่…”

“อยู่กับผมคุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ระบิลเอื้อมมือไปกุมมือเนติมา เธอสบตาเขาพลางกระชับมือระบิลตอบอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนตัดพ้อออกมา

“เกลียดฉัน ขนาดหน้ายังไม่ยอมให้ฉันเห็นเลยเหรอ”

ระบิลถอนใจก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออก เนติมามองระบิลด้วยความดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า

“นายไม่ทิ้งฉันจริงๆ”

ระบิลพยายามตัดใจไม่ยอมตอบอะไร ก่อนจะดึงเนติมาขึ้นมาแล้วออกวิ่ง พร้อมกับยิงสกัดลูกน้องอิทธิหาญ พวกมันหลบกันระนาว เพราะยังไม่ทันตั้งตัว

ทั้งสองวิ่งไปยังระเบียงบ้านได้สำเร็จ ระบิลรีบเช็กเชือก เขาเอื้อมมือจับรอกแน่น ก่อนหันไปพูดกับเนติมาด้วยความมั่นใจ

“เชือกน่าจะแข็งแรงพอ กอดผมให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ แล้วคอยยิงคุ้มกันให้ด้วย”

“อะไรนะ…”

“ไม่มีเวลาแล้ว เร็ว” ระบิลเร่ง

เนติมาเข้าสวมกอดระบิลแน่น จนใบหน้าชนกัน ทั้งสองสบตากันด้วยความรัก ก่อนชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากในบ้าน

“เฮ้ย !”สิ้นเสียงโปรย เหล่าสมุนก็ระดมยิงเข้าใส่

ระบิลกับเนติมาตัดสินใจโดดลงไปทันที ทั้งสองโรยตัวไปบนรอก เหล่าร้ายออกมายิง แต่เจอเนติมายิงสวนจึงต้องวิ่งหาที่หลบพัลวันทั้งสองลงมาที่พื้นอย่างปลอดภัยแต่เสียหลักล้มลง ชูศักดิ์ได้โอกาสยิงปืนใส่ พอเหมาะวิเชษฐ์ขับรถปาดเข้ามาจอด พร้อมยิงคุ้มกันให้ ขณะที่ดลเปิดประตูรถรับเนติมากับระบิล ก่อนจะขับหนีไป

อิทธิหาญวิ่งตามออกมามองด้วยความเจ็บใจ เพราะเนติมารอดไปได้อีกตามเคย

ooooooo

ครั้นออกมาจากหมู่บ้านร้างได้แล้ว เนติมาจึงโทร.หาศิวัช เธอบอกว่าปลอดภัยดีเพราะระบิลตามมาช่วยได้ทัน ศิวัชถึงกับถอนใจเฮือก ก่อนกดวางสายแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง

“เห็นไหมแล้วทุกอย่างก็เรียบร้อย งั้นคืนนี้แกก็คงมีอารมณ์ไปงานเลี้ยงกับหนูตี้แล้วใช่ไหม” ธำรงเข้ามาตบไหล่ลูกชาย

“ก็ไม่ทุกอย่างหรอกครับคุณพ่อ”

“เรื่องเจ้าอิทธิหาญน่ะเหรอ เด็กเกเร จับมาตีเมื่อไหร่ก็ได้ งานนี้ทั้งพ่อทั้งลูกต้องได้รับบทลงโทษจากเราแน่นอน”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับคุณพ่อ คือคนที่ไปช่วยเนติ์ คือคุณระบิล”

ธำรงมองลูกชายแล้วต้องถอนใจ ด้วยรู้ดีว่าลูกกำลังกังวลใจกลัวว่าระบิลจะกลับมาอีกครั้ง

ส่วนระบิล เมื่อเห็นว่าเนติมาปลอดภัยแล้ว จึงจำใจเอ่ยคำลา เพราะไม่อาจมาทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เธอได้อีก แม้สาวเจ้าจะพยายามทัดทานเพียงใดก็ตาม

บอดี้การ์ดหนุ่มกลับมานั่งคิดหนักอยู่ในบ้านพักของวิเชษฐ์ เจ้าของบ้านเห็นใจเดินมาคุยด้วย เพราะข้องใจว่าทำไมระบิลถึงไม่บอกความจริงกับเนติมา

“ถ้าบอกก็คงต้องเจ็บด้วยกันทุกฝ่าย”

“แล้วแกต้องทำอย่างนี้อีกกี่ครั้งวะ”

“ทำอะไรเหรอครับพี่เชษฐ์”

“ก็ขี่รถตามเฝ้าดูคุณเนติ์เขาเนี่ย แล้วอย่างนี้มันจะตัดใจได้เหรอ”

“อย่างน้อยวันนี้มันก็มีประโยชน์ล่ะครับ นี่ยังดีนะครับที่ผมตามไปทันที่หมู่บ้านร้างนั่น ไม่งั้นมีหวัง…”

“หลังงานนี้ คุณศิวัชต้องจัดทีมการ์ดที่แข็งที่สุดมาคุ้มครองคนรักของเขาแน่ๆ”

ระบิลครุ่นคิดสิ่งที่วิเชษฐ์พูด แล้วพยักหน้ารับรู้อย่างเศร้าๆ “พี่เชษฐ์กำลังจะบอกว่า ผมไม่ต้องห่วงคุณเนติ์แล้ว และผมควรจะไปจากชีวิตคุณเนติ์ให้เด็ดขาดใช่ไหมครับ”

“เรื่องการตัดสินใจ มันอยู่ที่ใจของแก แกก็เคยจมอยู่กับอดีตแล้วไม่ใช่เหรอ รู้ดีนี่ว่ามันเสียเวลาชีวิต ยกเว้นนายจะรัก จนไม่อยากจะลืม” ผู้กำกับทิ้งท้าย

ระบิลครุ่นคิดตามที่รุ่นพี่พูดด้วยความหนักใจ

เวลาเดียวกัน เนติมาหลบมานั่งทำใจอยู่ในห้องหนังสือที่ระบิลขอใช้เป็นที่พักชั่วคราว เธอกวาดสายตามองไปรอบๆห้องเห็นทุกอย่างถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ สาวเจ้าเดินเข้ามาเอามือสัมผัสตรงโต๊ะที่ระบิลนั่งด้วยความคิดถึง ภาพระบิลบอกลาเมื่อตอนบ่ายแว้บเข้ามา

“อย่าไปเลยนะ วันนี้นายก็เห็นว่าไม่มีนาย ชีวิตฉันอันตรายมากแค่ไหน” เนติมาดึงมือระบิลไว้ไม่ให้จากไป

ระบิลได้ยินนายสาวพูดก็ยิ่งสับสน เพราะเป็นห่วงเธอมากแต่ต้องฝืนใจเอ่ยออกไป “ยังมีบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกมากครับ เดี๋ยวคุณศิวัชคงจัดมาแทนผมได้ ยังไงคุณศิวัชไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำอันตรายคนที่เขารักมากที่สุดหรอกนะครับ”

“ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ฝีมือ แต่อยู่ที่…” เนติมาพูดไม่ออก เธอมองหน้าระบิลด้วยความเศร้า ทั้งสองคนมองตากันด้วยความเข้าใจในความรู้สึกที่มีต่อกัน แต่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ก่อนระบิลจะเบือนหน้าหนีจากเนติมาอย่างพยายามตัดใจ ขณะที่เนติมามองระบิลด้วยน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน

“คิดถึงคุณระบิลเหรอเนติ์” เสียงขวัญชนกดังขึ้น

เนติมาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอรีบปาดน้ำตา ก่อนหันไปยิ้มกลบเกลื่อน

ขวัญชนกเข้ามานั่งใกล้ๆเนติมา เธอมองเพื่อนอย่างเข้าใจความรู้สึก ก่อนเปรยว่า “บ้านนี้เคยหมดชีวิต ชีวามาตั้งสิบปี แต่พอคุณระบิลมาอยู่ คุณระบิลก็เติมสีสันจนบ้านนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่พอคุณระบิลจากไปก็เหมือนเขาเอาสีสันจากบ้านนี้ไปด้วยจริงๆ”

“คุณระบิลเคยนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องนี้ ตอนนี้ลูกน้องผู้กำกับวิเชษฐ์ย้ายไปอยู่ข้างนอกแล้ว”

“อีกหน่อยครัวที่บ้านคงเงียบเหงา แปลงดอกไม้ก็คง…เฉาตาย”

เนติมาได้ยินก็ถึงกับน้ำตาคลออีกรอบ ขวัญชนกตัดสินใจยิงคำถามเข้าประเด็น “รักเขาเหรอเนติ์”

“ขวัญ…ขวัญพูดอะไรน่ะ”

“ผู้หญิงเรา จะเสียน้ำตาให้ผู้ชายอยู่ไม่กี่คนหรอกนะเนติ์” ขวัญชนกเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้เนติมา ก่อนจะส่งยิ้มเศร้าๆ แล้วค่อยๆลุกเดินออกไป

เนติมานั่งคิดถึงความรู้สึกที่ตนและระบิลมีต่อกันแล้วต้องร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกทั้งสับสนกับความรักที่มีกับศิวัชและเสียใจที่ระบิลจากไป

ooooooo

ดึกแล้ว เนติมามิอาจข่มตาหลับได้ เธอลงมาเดินเล่นในสวนย่อม แปลงดอกไม้ของระบิลยังออกดอกสะพรั่งสวยงาม ทำให้หญิงสาวยิ่งหดหู่ใจ เพราะคิดถึงคนปลูก เธอร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ จังหวะเดียวกันแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา เนติมาชะงักมองไปรู้สึกเหมือนมีรถมาจอดหน้าบ้าน เธอรีบเช็ดน้ำตา
ลุกออกไปดู

ตำรวจนอกเครื่องแบบลูกน้องของศิวัชเดินเข้าไปคุยกับคนที่อยู่ด้านนอก ก่อนกลับมารายงาน

“ท่านนายกฯมาครับ”

เนติมามองไปที่ประตูรั้วเห็นศิวัชยืนรออยู่ เธอออกไปหาชายหนุ่ม ได้ยินเขาเอ่ยทัก

“พี่เป็นห่วง อยากเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าเนติ์ปลอดภัย ความจริงเมื่อกลางวันพี่ควรจะอยู่กับเนติ์”

“พี่ศิวัชติดงานนี่คะ อีกอย่าง…”

“โชคดีที่คุณระบิลช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นพี่คง…คุณระบิลอยู่ไหนเหรอเนติ์ พี่อยากขอบคุณเขา”

เนติมาสลดลงนิดหนึ่ง ก่อนพูดอย่างตัดพ้อ “พี่ศิวัชก็รู้นี่คะว่าเขาลาออกไปแล้ว เรื่องที่เขามาช่วยวันนี้คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ นี่พี่ศิวัชงานเยอะเหรอคะ ถึงมาดึกจัง”

“เออ…บังเอิญพี่ต้องไป…”

“ไปงานเลี้ยงกับคุณตี้”

“ขอโทษนะจ๊ะเนติ์ บังเอิญคุณพ่อ…”

“เนติ์เข้าใจค่ะ” เนติมาพูดตัดบทออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เนติ์” ศิวัชชะงักมองเนติมาอย่างรู้สึกผิด

“เชื่อสิคะ เนติ์เข้าใจจริงๆ” เนติมาพยายามพูดกลบเกลื่อนความรู้สึก ทั้งๆที่เต็มไปด้วยความน้อยใจที่ศิวัชให้ความสำคัญกับปฏิพรมากกว่าตนมากขึ้นทุกที

หนุ่มสาวมองหน้ากันนิ่ง ก่อนเนติมาจะหลบตาศิวัชด้วยใจของเธอตอนนี้คิดอยู่แต่เรื่องระบิล ส่วนศิวัชก็มองเนติมาด้วยความรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เจือจันทร์ยืนมองศิวัชกับเนติมาอยู่ตรงหน้าต่างห้องนอน เธอหันมาเปรยกับสามี ว่าทั้งคู่กำลังมีปัญหา

“คุณรู้ได้ไง” กันต์ที่กำลังอ่านหนังสือประมวลกฎหมายอยู่ใกล้ๆ เลื่อนรถเข็นเข้ามาอยู่ข้างเจือจันทร์

“คนรักกัน คุยกัน เจอหน้ากัน เขาไม่ทำหน้าหมางเมินอย่างนั้นหรอกค่ะ” เจือจันทร์หันกลับไป

กันต์มองตามภรรยาเห็นอาการที่เนติมากับศิวัชแสดงออกต่อกันก็เริ่มคล้อยตาม เขาลอบถอนใจรำพึงว่า “เมื่อถึงเวลาหนูเนติ์ก็จะหาทางออกได้”

“กว่าจะถึงเวลานั้น จะอกแตกตายกันหมดน่ะสิคะคุณ”

“ความรักไม่เคยทำให้ใครตายหรอกคุณ คนที่ตายเพราะผิดหวังในรัก ล้วนทำร้ายตัวเองทั้งนั้นและคนอย่างหนูเนติ์ มีสมองพอที่จะไม่ทำอะไรโง่ๆอย่างนั้น” กันต์ พูดอย่างใจเย็น ก่อนจะเข็นรถกลับเข้าไปด้านใน

ooooooo

ศิวัชกลับมาบ้านด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะกังวลเรื่องเนติมาเป็นอย่างมาก ธำรงออกมาเห็นอาการลูกชายจึงเอ่ยทัก “เรื่องผู้หญิงอีกล่ะสิ”

“เนติ์เขาไม่เหมือนเดิมครับ” ศิวัชฟ้อง

“แกเอาอะไรมาวัด รึเขาบอกแก”

“สายตาที่เนติ์มองผมไม่เหมือนเดิม ผมควรทำยังไงดีครับพ่อ”

“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร”

“คุณพ่อหมายความว่าไงครับ”

“จุดที่แกยืนอยู่ในสังคมตอนนี้ จะหาผู้หญิงที่ดี พรั่งพร้อมอีกสิบคนร้อยคนก็ได้”

“คุณพ่อก็รู้นี่ครับว่าผมไม่มีวันเปลี่ยนใจจากเนติ์ ผมรักเนติ์ครับ”

“ทั้งๆที่แกก็บอกอยู่เมื่อกี้ว่าหนูเนติ์ไม่เหมือนเดิมงั้นเหรอ เรื่องความรัก อย่าตามใจหัวใจตัวเองนักนะ เพราะหัวใจมันไม่มีสมอง” ธำรงเอื้อมมือไปจิ้มที่หน้าอกด้านซ้ายของศิวัช พลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เดินตามเส้นที่พ่อขีดไว้ รับรองว่าแกจะไม่พบกับคำว่าผิดหวัง”

ศิวัชนิ่งอึ้ง คิดตามที่พ่อพูดแล้วยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

เวลาเดียวกัน พงษ์เลิศเรียกลูกชายไปต่อว่าที่ทำงานพลาด เพราะมันทำให้ทุกคนต้องจนตรอก

“ไหนว่าคนอย่างพ่อไม่เคยกลัวใครไง หรือพ่อกลัวติดคุก” อิทธิหาญยังปากดี

พงษ์เลิศฉุนขาดตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อลูกชาย “ถ้าให้ฉันมีลมหายใจอยู่ในกรงขัง ฉันยอมไม่มีลมหายใจเลยดีกว่า”

“แล้วพ่อจะเอาไง” มาเฟียน้อยถอนใจอย่างเซ็งๆ ก่อนเอื้อมมือไปดึงมือพ่อออก

“เอาชนะพวกมัน เอาอำนาจของเราคืนมา ฉันไม่สนใจว่าจะต้องแลกอีกกี่ชีวิต” แววตาของพงษ์เลิศเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

“ก็เท่านั้นแหละพ่อ ฮ่าๆ” อิทธิหาญชอบใจ สีหน้าแววตาฉายความโหดเหี้ยมออกมาไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เนติมามาหาวิเชษฐ์ที่บ้านพักแต่เช้า เธอรีบถามหาระบิล เพราะจำมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่หน้าบ้านได้ ขณะวิเชษฐ์อึกอักหาข้ออ้าง เนติมาก็เดินดุ่มๆเข้าไปเรียกระบิลในบ้าน

“งานงอกแล้วไง”วิเชษฐ์ถอนใจรีบตามเข้าไป เห็นเนติมาเดินตามหาระบิลในห้องต่างๆ แต่ไม่พบ

“คุณเนติ์ครับ…” ผู้กำกับหนุ่มจะอธิบาย แต่เนติมาวิ่งย้อนออกไปด้านนอกแล้วขึ้นบันไดไปดูชั้นบน

“อ้าว…เดี๋ยวสิครับคุณเนติ์…คุณเนติ์ เฮ้ย! อย่าขึ้นไปนะครับ เฮ้อ…” วิเชษฐ์รีบตาม

“นายอยู่ไหน ออกมาพูดกันให้รู้เรื่องเลยนะ” เนติมาตะโกนเรียก จะเปิดเข้าไปค้นในห้องชั้นบน

“คุณเนติ์ ระบิลเขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะครับ” วิเชษฐ์ร้องห้าม แต่ไม่ทัน เนติมาเปิดเข้าไปดูข้างใน แต่ก็ไม่พบระบิล เธอไม่ละความพยายามเข้าไปค้นทุกห้องไม่เว้นแม้แต่ห้องนอนของวิเชษฐ์

ผู้กำกับวิเชษฐ์ตามเข้ามามองรอบๆห้องตัวเองด้วยความแปลกใจ ก่อนตั้งสติอธิบายกับเนติมา “ผมบอกคุณเนติ์แล้วว่าระบิลไม่ได้อยู่ที่นี่ รถมอเตอร์ไซค์ คันนั้นของผมเองครับ ผมเพิ่งซื้อมา แล้ววันนั้นระบิลเขายืมไปใช้ แล้วก็บังเอิญไปเจอคุณเนติ์กำลัง…”

“แสดงว่าคุณระบิลกับผู้กำกับก็ยังติดต่อกันอยู่ ตอนนี้คุณระบิลเขาอยู่ไหนเหรอคะ”

วิเชษฐ์ชะงักจำต้องโกหกออกไป “ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ ปกติระบิลเขาไปไหนมาไหนเขาไม่เคยบอกให้ใครรู้หรอกครับ”

เนติมาหน้าสลด รู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอย่างที่สุด วิเชษฐ์เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ แต่จำต้องแข็งใจ

เนติมาลากลับไปพร้อมกับความผิดหวัง วิเชษฐ์ยืนส่งจนรถของเธอแล่นลับตาไปแล้ว จึงรีบกลับเข้าบ้านเพื่อชำระคดีกับระบิลที่หลบอยู่

บอดี้การ์ดหนุ่มเปิดประตูระเบียงเข้ามาพร้อมกับเป้เสื้อผ้า เขาเปรยว่าโชคดีที่ไหวตัวทัน

“แล้วฉันต้องโกหกคุณเนติ์อีกกี่ครั้งวะ” ผู้กำกับหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่เชษฐ์อยากให้ผมไปให้ไกลคุณเนติ์มากกว่านี้ใช่ไหมครับ”

“การที่คุณเนติ์มาตามหาแกถึงที่นี่ แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าคุณเนติ์รู้สึกกับแกยังไง” วิเชษฐ์เดินเข้าไปโอบไหล่ระบิลอย่างเข้าใจความรู้สึก

ระบิลถอนใจ เข้าใจความหมายที่รุ่นพี่พูดทุกอย่าง

เมื่อออกจากบ้านวิเชษฐ์มาแล้ว เนติมาแวะมารับดล อ้อและคำเที่ยงไปอยู่ที่บ้านกันต์ด้วยกันเพื่อความปลอดภัย ระหว่างนั่งรอทั้งสามเก็บข้าวของ เธอก็เอาแต่นั่งเหม่อจ้องหน้าจอโทรศัพท์ ลังเลว่าจะโทร.หาระบิลดีหรือไม่ อ้อสังเกตเห็นจึงสะกิดให้ดลดู

“พี่เนติ์” ดลเข้ามาหาพี่สาว

เนติมาสะดุ้งรีบฝืนยิ้มให้ ดลหันไปสบตากับอ้อและคำเที่ยงที่มองมาด้วยสายตาเป็นห่วง

ครั้นเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เนติมาก็พาทั้งสามมายังบ้านกันต์ เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับพร้อมหน้า พลางชี้แจงเรื่องห้องพัก

“น้องอ้อนอนกับพี่เนติ์ ส่วนดลกับคุณลุง ขวัญกับคุณแม่จัดห้องด้านบนไว้ให้แล้วนะคะ”

“รบกวนทางนี้แย่เลย ความจริงผมกับลูกๆกลับไปอยู่ที่สิงห์บุรีก็น่าจะปลอดภัยอยู่นะครับ” คำเที่ยงพูดด้วยความเกรงใจ

“อยู่ด้วยกันที่นี่เถอะครับ จะได้ดูแลความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น”

“เอาไว้ทุกอย่างเรียบร้อย ค่อยกลับไปดีกว่านะคะ”

“ความจริงก็ดีเหมือนกันนะจ๊ะพ่อ พี่ดลกับพี่เนติ์จะได้อยู่ด้วยกันซะที” อ้อพูดอย่างอารมณ์ดีพลางมองไปที่ดล “จริงด้วยนะครับพี่เนติ์” ดลยิ้มหันไปพูดกับเนติมาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเนติมายืนเหม่อมองไปที่ห้องหนังสือเพราะคิดถึงระบิล ไม่ทันได้ยินเสียงดลเรียก

ดลมองพี่สาวอย่างเข้าใจ เขาชวนเธอออกมาเดินเล่นข้างนอกพลางชวนคุย “คิดถึงคุณระบิลเหรอครับ”

“ดล…” เนติมาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก แต่ดลรีบพูดต่อ

“แววตาของพี่เนติ์มันบอกอย่างนั้นนี่ครับ”

“พี่ผิดมากใช่ไหมดล”

“ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกไว้ว่า หัวใจเป็นกล้ามเนื้อก้อนเล็กๆที่แข็งแรงกว่าพลังช้างสาร แล้วอย่าหาเหตุผลกับหัวใจ เพราะเราจะไม่มีวันได้คำตอบเลย”

“คงจริงเนอะ เพราะทุกวันนี้ พี่เองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แล้วพี่เนติ์ยังรักคุณศิวัชอยู่รึเปล่าครับ” ดลถามอย่างตรงไปตรงมา

เนติมาชะงักนิดหนึ่งก่อนจะตอบ “ดล…พี่กับพี่ศิวัชตกลงจะแต่งงานกันแล้วนะ”

“การแต่งงานไม่ใช่เครื่องยืนยันว่ายังรักกันเสมอไปนี่ครับพี่เนติ์ ผมว่ารักเพราะรัก กับรักเพราะคุ้นเคย มันต่างกันนะครับพี่เนติ์”

เนติมามองหน้าน้อง ก่อนจะนิ่งครุ่นคิดในสิ่งที่เขาพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

ooooooo

ในตอนบ่าย ระบิลไปหาจิ๊กหวังทราบเรื่องพี่ชาย ปานมาพบเข้า เขาชักปืนขู่พลางตวาดถามว่ามาอีกทำไม จิ๊กร้องห้ามไม่อยากให้มีเรื่องกัน

“ไม่ต้องห่วงพี่จิ๊ก ผมแค่อยากคุยกับพี่ปาน” ระบิลเดินเข้าหา

“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับแก” ปานพูดอย่างหงุดหงิดพร้อมกับเก็บปืน

ขณะที่ระบิลเข้าไปพูดกับปานด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดให้คุณเนติ์แล้ว”

“แกจะพูดเพื่ออะไร ในเมื่อวันก่อนแกยังเป็นฮีโร่ไปช่วยเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำหน้าที่ ที่ผมแวะมาวันนี้เพื่อขอร้อง”

“คือ ระบิลเขาจะมาขอร้องให้พี่ปานเว้นชีวิตสองพี่น้องนั่น” จิ๊กรีบบอก

“เนติมากับยศวีร์น่ะเหรอ ไร้สาระ ถ้าเอ็งอยากขอชีวิต โน่น…ไปขอกับเสี่ย ฉันมันแค่คนรับคำสั่งไปปฏิบัติ”

“เหมือนกับครั้งหนึ่งที่พี่ปานเคยรับคำสั่งให้ฆ่าพ่อกับแม่พวกเขาใช่ไหม ผมนี่โง่จริงๆ ไม่น่ามาที่นี่ให้เสียเวลาเลย ตอนเด็กๆผมคิดว่าพี่เป็นนักเลง ที่แท้ก็ฆาตกร”

“มึง!” ปานฉุนขาดเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ระบิล แต่เขา เบี่ยงตัวหลบทันพลางคว้าหมัดปานไว้ได้ แล้วดันปานไปติดผนัง

จิ๊กร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ พยายามเข้าห้าม แต่ทั้งระบิลและปานไม่สนใจ ต่างจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ระบิลพูดกับปานเสียงเข้ม

“ชักสงสัยซะแล้ว ว่าที่พี่ก้องหายสาบสูญไปนี่ เพราะฝีมือเพื่อนรักของพี่ก้องรึเปล่า”

“ไอ้ระบิล มึง!” ปานดิ้นหลุดจากมือระบิลแล้วเหวี่ยงหมัดใส่หน้าระบิลจนหน้าหงายเสียหลักไป เขาปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อระบิลขึ้นมาด้วยความโมโห “คนอย่างกูไม่เคยหักหลังเพื่อน”

“รวมถึงเรื่องพี่จิ๊กด้วยใช่ไหม” ระบิลพูดพลางชำเลืองมองไปที่จิ๊กอย่างไม่พอใจ

ปานเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ระบิลอีก แต่เขาหลบได้ แล้วสวนหมัดกลับไปโดนปานอย่างจัง ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างสูสีจนข้าวของในบ้านกระจัดกระจาย

จังหวะหนึ่งปานชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่ระบิล แต่กลับถูกระบิลเตะมือจนปืนกระเด็นหลุดมือ ก่อนจะชักปืนออกมาเล็งใส่ปานด้วยความรวดเร็ว

จิ๊กปรี่เข้าไปยืนบังปาน พร้อมจ้องหน้าระบิลอย่างท้าทาย “เอาสิระบิล ถ้าคิดว่าพี่ชั่ว พี่เลวนักก็ยิงเลย” ระบิลชะงักก่อนจะค่อยๆเก็บปืน ยามนั้นเอง จิ๊กเงื้อมือขึ้นตบหน้าระบิลเต็มแรง

“บอกกี่ครั้งแล้ว ว่ามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด พี่ปานเขาไม่ได้…”

“ไม่ต้องอธิบายแล้วจิ๊ก คนมันจะไม่เชื่อ พูดให้ตายยังไงมันก็ไม่เชื่อ”

“กลับไปได้แล้ว แล้วขอร้องอย่ากลับมาที่นี่อีก ต่างคนต่างอยู่เราไม่มีอะไรต้องข้องแวะกันอีกแล้ว”

ระบิลยืนนิ่งไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จิ๊กย้ำอีกครั้ง “บอกให้กลับไปไงล่ะ กลับไปสิ กลับไป”

“ถ้าคุณเนติ์กับน้องชายเป็นอะไรไป ผมไม่ไว้พี่แน่” ระบิลหันขวับไปมองปานด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนเดินออกไปทันที

ปานขยับจะตามระบิลไปด้วยความโมโห แต่จิ๊กเข้าขวางไว้ขอร้องว่าอย่ามีเรื่อง

“ไอ้บ้า ห่วงนายจ้างอย่างกับเป็นลูกเป็นเมียตัวเองอย่างนั้นแหละ”

“จะเป็นใคร ก็ชีวิตเหมือนกันหมดแหละพี่ปาน” จิ๊กพูดอย่างเศร้าๆแล้วเดินเลี่ยงออกไป

ปานมองแล้วต้องถอนใจออกมาอย่างรู้สึกผิด เขาตามไปคุยกับจิ๊กเรื่องก้อง ว่าตนก็เสียใจไม่แพ้กัน

“สิบปีแล้วนะพี่ปาน ฉันยังไม่รู้เลยว่าพี่ก้องหายไปไหน ป่านนี้พี่ก้องจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้” จิ๊กพูดเสียงสั่นเครือ

ปานชะงักรู้สึกอึดอัด เพราะจิ๊กยังไม่รู้ ว่าก้องเสียชีวิตไปแล้วและไม่รู้ว่าคนที่ฆ่าก้องคือตน เขาจำใจโกหกออกไป “พี่สัญญา จะพยายามตามข่าวให้ได้ ว่าไอ้ก้องมันหายไปอยู่ไหน”

“ถึงตอนนี้ฉันหวังแค่เอากระดูกพี่ก้องมาทำบุญฉันก็พอใจแล้ว” จิ๊กน้ำตาคลอเบ้าเดินหนีเข้าบ้าน

ปานมองตาม อยากจะเรียกมาอธิบาย แต่พูดอะไรไม่ออก

ooooooo





ชอบเว็บนี้ กด Like เลย

Tags:
ขอขอบคุณ Youtube Channel: TV3 Official, gmmchannel, GTHchannel, MCOT Official และ ช่อง one

ความคิดเห็น


เพื่อนๆที่ดูไม่ได้แนะนำให้ลองใช้โปรแกรม Chrome ในการดูนะครับ