ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555

สื่อรักสัมผัสหัวใจ — 16 กันยายน 2012 12:41 am


สัมผัสที่หก…ไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะมีก็มีได้ มันคือพรสวรรค์ที่จัดสรรมาสู่บุคคลที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้น แม้เราจะไม่ต้องการ และพยายามปฏิเสธมันสักเท่าใด ก็ไม่สามารถจะหนีพ้น …มันมา…พร้อมกับภารกิจอันยิ่งใหญ่?
5 สาว 5 สไตล์ เกิดวัน เดือน ปี เดียวกันแต่ต่างช่วงเวลา มีชะตากรรมลึกลับเกี่ยวพันกัน เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เป็นเพื่อนรักกัน และมีโรคอย่างเดียวกัน คือ กลัวผีขึ้นสมอง แต่ไม่รู้ว่าบุญหรือกรรม ที่ทำให้ทั้ง 5 มีสัมผัสพิเศษที่แตกต่างกัน

รายชื่อนักแสดง สื่อรักสัมผัสหัวใจ
ญาณสื่อรัก : จ๊ะ จิตตาภา มารับบทเป็น ญาณิน ประกบคู่กับ
หลุยส์ สก็อต ที่รับบทเป็น ติณห์
กับดักรักลวง : วาววา ณิชารีย์ รับบทเป็น กรรณา
เล่ห์บ่วงมนตรา : อายอายส์ กมลเนตร รับบทเป็น สุคนธรส ประกบคู่กับ
วรินทร ปัญหกาญจน์ ที่รับบทเป็น ไตรรัตน์
มายาร้อยใจ : แคท ณิชารัตน์ มอร์สัน รับบทเป็น กรรัมภา
เปลวไฟในสายลม : กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์ รับบทเป็น เนตรสิตางคุ์ ประกบคู่กับ
ฐกฤต เหมอรรณพจิต ที่รับบทเป็น หมอวรวรรธ/หมอตาหนู

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 1

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 2

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 3

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 4

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 5

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 6

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 7

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 8

ดูสื่อรักสัมผัสหัวใจย้อนหลัง (ตอนที่ 7) 15 กันยายน 2555 ช่วงที่ 9



สื่อรักสัมผัสหัวใจ ออกอากาศ : ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ทาง ช่อง 3

เรื่องย่อประจำตอน ละครสื่อรักสัมผัสหัวใจ

ตอนที่ 7

กำนันกลับไปรายงานเสี่ยปิงที่ริเวอร์มูนรีสอร์ทว่า ตนไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นมาธุระอะไรกับตาพุ่ม พอถามตาพุ่มก็ดันลืมเสียอีกเปรมเดินเข้ามาได้ยินแว่วๆถามว่าใครลืมอะไรหรือ พลางมานั่งที่โซฟาท่าทางกร่างๆ เห็นทุกคนเงียบเลยเดาว่า

อ่านต่อ

“เรื่องไอ้ติณห์อีกล่ะสิ” เสี่ยปิงพยักหน้า “แค่ไอ้ฝรั่งขี้นกคนเดียว ตื้บมันให้พิการซะก็สิ้นเรื่อง เตี่ยจะไปกลัวมันทำไม”

เสี่ย บอกว่าไม่ได้กลัว แต่ติดที่เพนนีรักติณห์เข้าให้แล้ว เปรมยิ้มมุมปากบอกว่างั้นไม่ต้องให้ถึงพิการ เอาแค่เข้าเฝือกก็พอ กำนันพงษ์ขอให้ใจเย็นๆ เพราะตนกำลังพยายามทุกวิถีทางอยู่ ตอนนี้ติณห์คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าทั้งเรื่องที่ดินและเรื่องเพนนีเลย ยักท่า

“ยัยเพนนีนี่มันยังไงกัน แค่ผู้ชายคนเดียวก็เอาไม่อยู่ ไม่มีน้ำยานี่หว่า” เปรมบ่นอย่างไม่พอใจ

เสี่ย พาเปรมไปที่รั้วกั้นระหว่างรีสอร์ต ชี้ให้ดูความคืบหน้าการสร้างรีสอร์ตของฝั่งโน้น บอกว่าการปรับพื้นที่คืบหน้าไปเยอะแล้ว ซ้ำผู้รับเหมารายใหม่นี่ก็กระดูกแข็งเสียจริงๆ

ติณห์กับทนายสมชาติเดินมาเจอกับเสี่ยปิงและเปรมพอดี ต่างผงะ ติณห์ยกมือไหว้ทัก “สบายดีหรือครับ”

“สบายดีมากๆเลยครับ อ้อ…นี่เปรมลูกชายคนโตของผมครับ เปรม…นี่คุณติณห์แฟนของเพนนี”

ติณห์ยื่นมือไปสัมผัสกับเปรม ถูกเปรมจับไว้ไม่ปล่อย ตามองเขาอย่างประเมินก่อนพูดยิ้มเหยียดๆว่า

“ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพนนีถึงหลงคุณ

หัวปักหัวปํา คุณล่ะครับ หลงน้องสาวผมบ้างหรือเปล่า” ติณห์บอกว่าเพนนีเป็นคนน่ารัก “งั้นเมื่อไหร่จะแต่งงานกันดี หวังว่าคุณคงไม่ได้เห็นน้องสาวผมเป็นแค่คู่ซ้อมหรอกนะ”

ติณห์ชี้แจงอย่าง เยือกเย็นว่าตนเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะงานของตนเพิ่งเริ่ม รีสอร์ตยังไม่เสร็จ และตนยังต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง ตัดบทว่า “ผม…ยังไม่มีแพลนจะมีครอบครัวเร็วๆนี้”

เปรมเปลี่ยนเป็นคุกคามทันที ปราดเข้าผลักอก กระชากคอเสื้อติณห์เข้าไปตะคอกว่า พูดแบบนี้เห็นน้องสาวตนเป็นอะไร ทนายสมชาติขอให้เสี่ยห้ามลูกชาย เสี่ยบอกเปรมอย่างขอไปทีว่าให้เบาๆกับติณห์หน่อย

“นายคงไม่รู้จักไอ้เปรมดีพอ ฉันไม่ยอมให้ใครมาฟันยัยเพนนีเล่นๆแน่ และที่สำคัญฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้”

ติณ ห์จับมือเปรมออก “คุณก็ยังไม่รู้จักผมดีพอ คนอย่างผมไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ถ้าไม่ก็คือไม่” พูดแล้วผลักเปรมออกไปอย่างแรง ทนายสมชาติรีบมาดึงติณห์ชวนกลับดีกว่า

พอติณห์เดินไปกับทนาย เปรมก็กระชากปืนออกมา เสี่ยรีบห้ามว่าเดี๋ยวเสียงปืนดังแล้วจะทำให้ได้ที่ดินยากขึ้น และอย่าลืมว่า “แกมีหลายคดีติดตัวอยู่ แล้วก็ยังอยู่ระหว่างรอลงอาญา 2 ปี”

“ผม รู้น่า…ผมทำอะไร ผมรอบคอบ ผมไม่โง่เข้าใจไหม ผมไม่โง่อย่างที่เตี่ยคิด อ๊ากกกก!!” เปรมเตะพื้นอย่างบ้าคลั่ง ตะโกน “ผมใจเย็นอยู่แล้ว” เสี่ยปิงเห็นแล้วถึงกับกุมขมับ

ooooooo

เมื่อพากันกลับถึงบ้านพัก ทนายเตือนติณห์ว่าต้องระวังตัวให้ดี เพราะได้ยินมาว่าลูกชายเสี่ยปิงไม่ธรรมดาเลย คนดีๆอย่างเราอยู่ที่แจ้ง จะไปสู้พวกนักเลงอันธพาลที่มาจับจ้องลอบทำร้ายคงยาก บอกเขาให้อยู่ใกล้ญาณินไว้อย่าห่างกันเด็ดขาด

“ผมรู้สึกว่าเวลาที่คุณอยู่ใกล้ๆคุณญาณิน คุณจะปลอดภัยจากทุกอย่าง หรือคุณติณห์ไม่รู้สึกเหมือนผม”

ติณห์ไม่ตอบทั้งที่รู้สึกอย่างที่ทนายพูดจริงๆ

ญาณินเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อทำธุระ กุมาริกาเสนอให้พาคุณหลวงไปเที่ยวด้วยดีไหม จะได้เปิดหูเปิดตา

ญาณินเห็นด้วย แอบไปจุดธูปบอกคุณหลวงเพราะไม่อยากให้ป้าออรู้เดี๋ยวจะตกอกตกใจ อึดใจเดียวคุณหลวงในชุดโก้สวมหมวกแบบคนในยุค ร.7 ก็ถือไม้เท้ามีเป้สะพายหลังปรากฏตัวออกมาอย่างตื่นเต้นที่จะได้ไปดูกรุงเทพฯ ที่ไม่เห็นมาหลายสิบปีแล้ว

แต่พอจะไปขึ้นรถ ปรากฏว่าติณห์พร้อมกระเป๋าเดินทางมารออยู่ที่รถแล้ว บอกว่าจะไปด้วย อ้างว่าขืนปล่อยเธอไปคนเดียวเดี๋ยวจะกลับมาโกหกอะไรตนอีกก็ไม่รู้ และที่สำคัญจะไปหานายคมและณัฐเดชเพื่อนรักด้วย เขาอาสาจะขับรถให้ เธอขอขับเอง เขาจึงนั่งคู่คนขับ คุณหลวงดูอยู่พึมพำอย่างพอใจมากว่า “ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้หลานรัก”

ป้าออนั่งเบาะหลัง มีคุณหลวงกับกุมาริกานั่งอยู่ด้วย ป้ารู้สึกถูกเบียดแต่ก็ไม่รู้เพราะอะไร เลยขยับไปนั่งชิดอีกฝั่ง ได้มีโอกาสบ๋ายบายกับทนายสมชาติที่มายืนส่งหน้าละห้อยอยู่

ooooooo

ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ผู้กำกับกำลังนั่งคุยอยู่กับณัฐเดชและผู้กองกริสน์กับสารวัตรดอน ผู้กำกับชมผู้กองกับสารวัตรว่ามีผลงานมากมาย เดี๋ยวตนต้องไปตัดผมเตรียมพรุ่งนี้พานักข่าวไปถ่ายทำการตรวจค้น คราวนี้ได้ออกทีวีกันทั้งทีมทีเดียว

ชมเชยผู้กองกับสารวัตรแล้ว ผู้กำกับหันมาไล่บี้ณัฐเดชว่า ฟังผลงานของรุ่นน้องแล้วลองดูผลงานของตัวเองบ้างสิว่าไปถึงไหนแล้ว คดีวางเพลิงตลาดหญิงจำเริญ หมอผี 18 มงกุฎหลอกลวงผู้หญิงไปลวนลาม หลอกเงินชาวบ้าน และยังเรื่องนางเอกละครเวทีตายอีก ผู้กำกับถามเชิงตำหนิว่า

“แต่ละคดีไม่น่าจะยุ่งยากซับซ้อนสักหน่อย แต่ทำไม…ทำไม…ถ้าไม่มีความสามารถพอก็บอกนะ สองคนนั้นเขาน่าจะทำได้”

ณัฐเดชโดนไปหลายดอกถึงกับอึ้งไป

ooooooo

หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์มาทันเจอลูกข่างขนเสื้อผ้านักแสดงมาถึงโรงละครพอดี เธอรีบเข้าไปช่วย สองคนหอบเสื้อผ้ากันเต็มสองมือ ขณะเดินไปมาตามทาง เนตรสิตางศุ์ชนเข้ากับหมอรุทธ์จนเสื้อผ้าหล่น หมอรีบช่วยเก็บเดินตามไปส่งที่ห้องคอสตูม เลียบเคียงถามว่า คิดยังไงมาฝึกงานที่โรงละคร อยากเป็นดาราหรือ

เธอตอบอย่างระมัดระวังว่าตนแค่อยากมาทำงานที่นี่เท่านั้น แต่หมอรุทธ์ไม่เชื่อดักคอว่าเธอคงต้องการอะไรมากกว่านั้นแน่ แต่ไม่กล้าบอกตรงๆมากกว่า

จากการคุยกันอย่างคุมเชิง เนตรสิตางศุ์รู้ว่าใบหม่อนนั้นผ่าตัดมาทั้งตัวด้วยฝีมือของหมอรุทธ์ เธอฟังอย่างสนใจจนหมอถามว่า เธอรู้จักใบหม่อนด้วยหรือ รู้จักได้ยังไง รู้จักแค่ไหน รู้จักตั้งแต่เมื่อไร หมอถามมากเสียจนเธออึกอัก

พอดีลูกข่างหอบรองเท้าเข้ามาเจอทั้งสองยืนคุยอยู่ เร่งเนตรสิตางศุ์ให้ไปทำงานแล้วคว้าแขนหมออ้อนว่ามีเรื่องจะปรึกษาเป็นการส่วนตัว หมอรุทธ์พยายามเลี่ยงบอกว่าถ้าไม่ด่วนก็เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

ระหว่างเนตรสิตางศุ์เอาเสื้อผ้าไปแขวนที่ราวนั่นเอง เจอใบหม่อนรออยู่ เรียกให้เธอตามไปจนถึงห้องพักน้องออนซ์ บอกว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นอาจเป็นฆาตกรสมุนน้องออนซ์ก็ได้

ภายในห้องน้องออนซ์ มีชายคนหนึ่งเข้าไปค้นของในห้อง พอได้ยินเสียงข้างนอกก็หยิบเชือกมาอย่างพร้อมจะรัดคอคนที่เข้ามา น้องออนซ์เข้ามาเจอเนตรสิตางศุ์เธอถามอย่างระแวงว่ามาทำอะไร เนตรสิตางศุ์ตกใจแต่ก็เอาตัวรอดได้ อ้างว่ากำลังจะมาตามเธอไปแต่งหน้า น้องออนซ์ไล่ให้ออกไป แต่นึกได้สั่งให้ไปเอารองเท้าที่ล็อกเกอร์มาให้ด้วย

น้องออนซ์ถูกชายลึกลับในห้องเอาเชือกรัดคอจนเกือบจะสิ้นใจ โชคดีที่ลูกข่างเดินมาตามน้องออนซ์ให้ไปแต่งหน้ามันจึงหลบไป ลูกข่างเข้ามาเจอน้องออนซ์นอนหมดสภาพอยู่ที่พื้นก็บ่นอย่างระอาใจ “เมาค้างหรือเป็นลมอะไรอีกล่ะ”

เนตรสิตางศุ์เปิดล็อกเกอร์ของน้องออนซ์หยิบรองเท้าเสร็จกำลังจะไป เหลือบเห็นที่ล็อกเกอร์ตัวเองมีกระดาษเสียบแพลมออกมาจึงหยิบอ่าน เธอหน้าซีดเผือดกับข้อความที่ว่า “ใบหม่อนถูกกำจัดไปแล้ว เธอไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป…จำไว้!”

ooooooo

เมื่อญาณินกลับมาเจอเพื่อนๆ ต่างก็เช็กสถานะของแต่ละคนว่าสึกหรออะไรกันไปบ้าง ติณห์ที่เดินชมงานศิลปะในบริษัทอยู่ได้ยินการซักไซ้กันแว่วๆ ก็เข้ามายอมรับว่าตนใช้งานญาณินหนักไปหน่อย แต่เพราะภาษาไทยอ่อนแอเลยพูดให้ไขว้เขวเป็นอย่างอื่น จนพวกสาวๆพากันโวย

ญาณินบอกเขาว่าส่งตนมาถึงที่แล้วก็กลับไปเสีย ติณห์นัดพรุ่งนี้เจอกันแล้วกลับไป

พอติณห์ไม่อยู่ ญาณินก็ถูกเพื่อนๆ รุกซักถามอย่างหนัก คาดคั้นให้บอกความจริงมา ป้าออได้ยินแว่วๆก็แทรกเข้ามาช่วยชี้แจงว่า

“ความจริงคือ ใครก็ตามที่อยากได้ที่ดินคุณติณห์ตั้งใจจะฆ่าเขาให้ถึงตายเลย คุณหนูก็เลยตั้งใจว่าไม่ควรจะดำเนินการแค่ทางไสยศาสตร์ แต่พาคุณติณห์มาปรึกษากับคุณณัฐเดชที่นี่พรุ่งนี้ด้วยค่ะ”

เพื่อนๆเลยเงียบ ญาณินโล่งอกนึกขอบใจป้าออที่ช่วยให้รอดพ้นจากการกดดันมาได้ ป้าออนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ยินเสียงเนตรสิตางศุ์เลย พอถามถึงเธอก็กลับมาพอดี ทักทายเพื่อนๆเสียงอ่อย

เนตรสิตางศุ์เล่าให้เพื่อนๆฟังว่า “มีคนเขียนจดหมายถึงเนตรค่ะ” เพื่อนๆนึกว่าเป็นจนหมายรัก แต่พอเธอเอาออกมา ญาณินรับไปอ่านดังๆ “ใบหม่อนถูกกำจัดไปแล้ว เธอไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป…จำไว้!”

ญาณินถามว่าเธอสงสัยใครบ้าง เนตรสิตางศุ์บอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าใบหม่อนปักใจเชื่อมากว่าเป็นฝีมือของน้องออนซ์ นางเอกคนใหม่ที่มาแทนที่เธอ

“ฉันขอดูจดหมายหน่อยสิ” กรรัมภาถอดถุงมือออก หมายจะได้ข้อมูลจากการสัมผัส แต่แล้วก็ไม่สามารถทำได้เพราะคนเขียนจดหมายใส่ถุงมือที่เธอเห็นว่าเป็นถุงมือแพทย์เท่านั้น

ooooooo

เพราะถูกผู้การจี้เรื่องงาน ณัฐเดชจึงนำกำลังไปซุ่มดูการเคลื่อนไหวในสำนักของหมอผีสมคิด ระหว่างนั้นเนตรสิตางศุ์โทร.บอกเขาว่าคืนนี้จะกลับบ้านมีเพื่อนไปส่ง เขาสั่งว่าถึงบ้านแล้วให้โทร.บอกด้วย

ส่วนหมอวรวรรธก็โทร.บอกเขาว่า รู้ไหมว่าใบหม่อนผ่านมีดหมอมาหมดแล้วทั้งตัว ที่เห็นสวยๆนั้นสวยด้วยแพทย์ ขณะนั้นเอง เนตรสิตางศุ์เดินเข้ามาเพื่อรอเขาไปส่งที่บ้าน ได้ยินเขาคุยเรื่องใบหม่อนอยู่ เธอเผลอโพล่งบอกไปว่า

“หมอรุทธ์เป็นฆาตกร!!”

ณัฐเดชได้ยินแว่วๆถามหมอวรวรรธว่าเสียงใคร หมอบอกว่าเสียงนักเรียนฝึกหัด แล้วส่งสัญญาณให้เนตรสิตางศุ์เงียบๆ

จังหวะนั้นเอง ลูกค้าสาวที่ณัฐเดชส่งเข้าไปสืบในสำนักหมอผีสมคิดเดินออกมา เขาบอกหมอวรวรรธว่าแค่นี้ก่อน มีอะไรค่อยติดต่อกันใหม่ วางสายแล้วหันไปถามลูกค้าสาวคนนั้นว่าได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง

“ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยผู้กอง หมอสมคิดกับลูกน้องไม่มีใครหลุดพูดอะไรออกมาเลย ไม่พบหลักฐานทางวัตถุด้วยค่ะ แถมโดนมันแต๊ะอั๋งตอนมันทำพิธีด้วย…แหวะ…” เธอทำเสียงขยะแขยง

“แน่มาก…ไอ้หมอสมคิด” ณัฐเดชพึมพำลอดไรฟัน

ooooooo

หมอวรวรรธเร่งเนตรสิตางศุ์ให้กลับบ้านได้แล้วตนจะไปส่ง เธอยังอารมณ์ค้างบอกว่าเราต้องไปบอกใบหม่อน ว่าฆาตรกรตัวจริงคือหมอรุทธ์ไม่ใช่น้องออนซ์ ถูกหมอ วรวรรธขู่ว่า ถ้าไม่อยากให้ตนฟ้องณัฐเดชก็เลิกล้มความคิดนี้เสียเพราะเรายังไม่มีหลักฐานเพียงพอ

เนตรสิตางศุ์เอาจดหมายขู่ออกมาให้ดู หมอจะเอาไปตรวจดีเอ็นเอเธอไม่ยอมให้ หาว่าเขาจะมาแย่งผลงานของตน แล้วรำพึงรำพันน้อยอกน้อยใจว่า ในโลกนี้ไม่มีใครเชื่อมั่นในตนสักคน เธอร้องไห้จนหมอบอกว่าตนเข้าใจหยุดร้องไห้เสียเถอะ

คืนนี้ ก๊องเปิดทีวีดูฟุตบอลอย่างเพลิดเพลินอยู่ในห้อง จู่ๆทีวีก็เปลี่ยนช่องไปที่แฟชั่น ก๊องกดเปลี่ยนกลับมาก็ถูกเปลี่ยนไปที่ช่องแฟชั่นอีก

ที่แท้คุณหลวงกับเจ้าที่และกุมาริกามาแอบเปลี่ยนและจ้องนางแบบสาวสวยเซ็กซี่กันตาเป็นมัน พอก๊องหันมาเห็นคุณหลวงนั่งอยู่ก็แปลกใจ นึกว่าเป็นเพื่อนบ้านมาอาศัยดูทีวี บ่นว่าทำไมลูกหลานไม่ดูแลกันเลย

ดูไปดูมามีทั้งพี่ยาม ซึ่งก็คือเจ้าที่ที่เคยมาพูดคุยกับก๊องและกุมาริกานั่งกันหน้าสลอน ก๊องโมโหไล่ว่าถ้าอยากดูสาวๆ ก็ออกไปเลยตนจะดูบอล

คุณหลวงเลยชวนทั้งเจ้าที่และกุมาริกาออกไปกันดีกว่า ก๊องมองตามหลังบ่นอย่างหงุดหงิด

“ญาติผู้ใหญ่ใครวะ แปลกประหลาดเกินคน” แล้วหันดูฟุตบอลต่ออย่างใจจดใจจ่อ

เจ้าที่พาคุณหลวงและกุมาริกาไปเที่ยวผับร้างที่ถูกปิดเพราะบ๋อยรุมตื้บแขก เลยกลายเป็นที่เที่ยวที่ชุมนุมของบรรดาผีทั้งหลายที่พากันมาผ่อนคลาย

ทั้งคุณหลวง เจ้าที่ และกุมาริกาเข้าไปเต้นกันสุดเหวี่ยง หลงใหลแสงสีเสียงดนตรีและกลิ่นผีสาวกันอย่างเมามันอยู่ในผับ

ooooooo

ติณห์พูดคุยกันณัฐเดช ผู้กองแสดงความเป็นห่วงเมื่อรู้เรื่องที่ถูกเปรมขู่ เขาจะหาบอดี้การ์ดให้ ติณห์ไม่เอา แต่จะพยายามติดต่อเขาบ่อยๆก็แล้วกัน เป็นเวลาที่ไตรรัตน์ก็โทร.หาณัฐเดชนัดพบวันนี้ให้ได้ เพราะขืนช้าตนมีสิทธิ์ติดคุกแน่

ส่วนพวก 5 สาวภายในบริษัทกำลังปรึกษากันอย่างตึงเครียด เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสุคนธรสกับไตรรัตน์ เนตรสิตางศุ์ไม่มีแก่ใจจะอยู่ บอกว่าจะไปพัทยาเพราะนัดใบหม่อนไว้ กรรณาสั่งห้ามไปเด็ดขาด ขู่ว่าถ้าไปจะฟ้องพี่ณัฐ เธอเลยจำต้องอยู่ทำอาหารให้เพื่อนๆกิน

ที่ภายนอกบริษัทซิกซ์เซ้นส์ ติณห์ ณัฐเดช และไตร– รัตน์ มาพบกัน ต่างแนะนำตัวเองและความสัมพันธ์กัน และกันให้ฟัง ติณห์เล่าเรื่องราวของตัวเองให้ไตรรัตน์ฟังว่า

“ผมเกิดที่อเมริกา แล้วก็มาเที่ยวเมืองไทยตอนเล็กๆ ผมชอบเมืองไทยอยากกลับเมืองไทยบ่อยๆ แต่แฟมิลี่ผมไม่มี ใครอยากกลับมา แล้วเวลาอยู่ที่นั่น แฟมิลี่ผมก็ไม่ชอบสังคมกับคนไทย ผมก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนคนไทย พูดไทยไม่แข็งแรง”

ณัฐเดชเล่าต่อว่า “แต่ฉัน…พอดีตอนไปเรียนต่อที่ลองบีช ฟลอริดา ไปเช่าห้องพักที่แม่นายติณห์ทำกิจการอยู่ มันเห็นฉันมาจากเมืองไทย แต่ไม่ค่อยพูดจากับใครก็เลยมาขอคบไง”

“ส่วนผม” ไตรรัตน์เล่าบ้าง “เรียนกะไอ้ณัฐตอน มัธยมครับ อยู่โรงเรียนประจำมาด้วยกัน มันจบมัธยมแล้วไปต่อนายร้อย ส่วนผมก็ไปบอสตัน ผมกลับเมืองไทยบ่อย ก็มาเจอมันทุกปีๆ ไม่เคยขาดช่วงที่คบกัน แต่ไม่นึกเลยว่าจะต้องมีคดีอะไรให้มันมาช่วย แต่แล้ว…ในที่สุดก็มีหลายคดีเลย แต่คดีอื่นๆ ผมเป็นผู้เสียหายนะครับ”

“ใช่ มีคดีเดียวที่มันเป็นตัวการ…คือเรื่องปล้ำผู้หญิง” ณัฐเดชพูดยิ้มเอือมๆ แต่พอนึกได้ก็ปราม “ห้ามอย่างเดียว ห้ามยุ่งกะน้องฉัน!”

ooooooo

ครู่เดียวณัฐเดชก็เข้าไปบอกญาณินว่าติณห์เรียกหา และบอกสุคนธรสว่า นัดใครไว้ เขามาแล้ว

ญาณินเดินฉับๆออกไปถามติณห์เสียงเขียวว่าทำไมต้องเร่งกันด้วย ตนเป็นลูกจ้างเขาไม่ใช่ทาส ติณห์สวนไปว่าเธอพาตนมาแล้วตัวเองกลับไปกอสสิปกับเพื่อนๆ แบบนี้หรือ ถูกย้อนว่าแล้วเขาไม่ได้กอสสิปกับณัฐเดชเหมือนกันรึไง

พอดีหันไปเห็นไตรรัตน์ เธอขู่ว่า “คุณไตรรัตน์เอง ก็ระวังตัวให้ดีเถอะ พวกเรา ใครดีมาก็ดีตอบ แต่ใครร้าย ใส่พวกเรา คุณเจอพวกเราทั้งแก๊งแน่”

ไตรรัตน์ทำเสียงสยองว่าแค่เจอสุคนธรสคนเดียวตนก็กลัวจะตายแล้ว ติณห์เบรกญาณินว่าไม่ต้องไปอยากรู้ เรื่องคนอื่น ลากแขนสั่ง “คุณต้องไปกับผมเดี๋ยวนี้!”เขาลากไปท่ามกลางเสียงโวยวายของเธอ ว่าตนขอรู้ก่อนว่าไตรรัตน์จะแก้ปัญหาที่ทำกับสุคนธรสอย่างไร ตนต้องเป็นคนที่รู้ทุกอย่าง  แต่ติณห์ไม่ฟังเสียงลากเธอไปจนได้

ป้าออเป็นห่วงความปลอดภัยของสุคนธรสที่ต้องเดินทางไปอยุธยากับไตรรัตน์ เลยเตรียมอาวุธป้องกันตัวให้มากมาย ทั้งสเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า ไฟแช็กนกหวีด พวงกุญแจขอความช่วยเหลือ กำชับว่าถ้าไตรรัตน์ทำอะไรก็กลั้นหายใจฉีดใส่หน้าเลย

เพื่อนๆมองอึ้งกับการเตรียมการของป้าออ กรรัมภา บอกว่าทำเหมือนเตรียมให้สุคนธรสออกรบเลย กรรณาเห็นด้วยกับการเตรียมของป้าออ เพราะไตรรัตน์หยาม ศักดิ์ศรีผู้หญิงอย่างพวกเรา ส่วนณัฐเดชมองแล้วหัวเราะหึๆ ติงขำๆ ว่า

“พูดเกินไปนะ กรรณา…อย่าปักใจเชื่อสิ่งที่เรายังไม่ได้พิสูจน์นะ” ถามสุคนธรสที่โวยวายขึ้นมาว่า “เธอแน่ใจหรือ ว่าเสียทีไอ้ไตรมัน 100%??”

กรรัมภาสั่งให้ณัฐเดชหยุด เร่งสุคนธรสรีบพาไตรรัตน์ไปอยุธยาแล้วรีบกลับเรื่องจะได้จบๆเสียที ทุกคนพากันเดินไปส่งสุคนธรส ยกเว้นณัฐเดชที่ยืนมองอยู่ ส่วนเนตรสิตางศุ์ยืนอึ้ง ครุ่นคิดกับคำพูดของพี่ชายที่ว่า

“อย่าปักใจเชื่อสิ่งที่เรายังไม่ได้พิสูจน์??”

ooooooo

ก๊องทำทีมีปัญหา ออกมามองไตรรัตน์ตาขวางๆ ถามว่ารู้ไหมว่าสุคนธรสเป็นหนึ่งในสาวๆของตน แต่ไม่เป็นไร ผู้หญิงคนเดียวตนยกให้ได้ ฝากดูแลด้วยก็แล้วกัน พลางส่งกล่องเกี๊ยวห่อชีสให้บอกว่าเผื่อระหว่างทางหิวจะได้กิน ขอร้องแกมบังคับว่าอย่าปฏิเสธน้ำใจตน พลางเปิดประตูรถด้วย เอากล่องเกี๊ยววางไว้ บอกให้กินเยอะๆจะได้มีแรงขับรถ

แต่พอไตรรัตน์ขับรถออกไปแล้ว ก๊องบอกกรรณาว่าเมื่อกี้เป็นการแสดงของตน พูดแค้นๆว่าใครกล้ามาฉกหญิงของตนมันต้องเจอจัดหนัก กรรณาถามว่า เขาทำอะไรไตรรัตน์

“เกี๊ยวห่อชีสฝีมือพี่เนตรที่แช่ไว้ในช่องนํ้าแข็งมา

เดือนกว่า ไม่มีคนยอมเสี่ยงกิน ผมเอามาอุ่นเวฟแล้วตบแต่ง อย่างสวยงาม หนักไหมล่ะ”

ไม่นานนัก เนตรสิตางศุ์ก็ได้รับโทรศัพท์จากปาณัทโทร.มาจากโรงละครบอกว่าตนจะจ้างเธอช่วยใบหม่อน เพราะเชื่อว่า

“เรายังจับตัวฆาตกรไม่ได้ ทำให้วิญญาณของเธอไม่สงบ” เนตรสิตางศุ์เกี่ยงว่าเรื่องอยู่ในมือณัฐเดชและหมอวรวรรธแล้วเชื่อว่าไม่นานเราต้องรู้ว่าใครฆ่าใบหม่อน “ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อฝีมือของผู้กองณัฐกับหมอวรวรรธนะครับ แต่ถ้ามีคนที่สามารถสื่อสารกับหม่อนได้อย่างคุณเนตร บางทีเราอาจจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ที่ทำให้เราพบตัวคนร้ายได้เร็วขึ้น มันจะช่วยปลดปล่อยวิญญาณผู้หญิงที่ผมรักที่สุดไปสู่สุคติ และทำให้โรงละครของผมกลับมาเหมือนเดิมได้”

“เอ่อ…เนตร…” เธอยังลังเล

ปาณัทขอให้เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราสองคน เขาเสนอจะยกรายได้ครึ่งหนึ่งของการแสดงละคร “Butterfly Wings” รอบสุดท้ายให้เธอเป็นการตอบแทนที่เธอช่วยตนและใบหม่อน

“รายได้ครึ่งหนึ่งของรายได้รอบสุดท้าย…

กรี๊ดดดด…” เนตรสิตางศุ์ดีใจเผลอร้องออกมาจนต้องรีบเอามือปิดปากตัวเอง

ooooooo

ญาณินกับติณห์ไปถึงหน้าโรงพยาบาล เข้าไปในแผนกผู้ป่วยอนาถา แต่ติณห์กลับลังเลไม่อยากพบนายคม หรืออาคมกลัวจะรู้ความจริงว่าใครเป็นคนฆ่าคุณตาของตน และมันต้องการอะไร ญาณินเลยต้องหว่านล้อมว่า

“มันอาจเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์หน้านี้ทั้งหมด เพราะคุณหลวงไม่ใช่คนโกงชาติ แล้วมันอาจจะเป็นคนที่โกงตัวจริงน่ะสิ แล้วคุณในฐานะที่เป็นหลาน จะไม่อยากกอบกู้ชื่อเสียงของคุณตา ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลหน่อยเหรอ”

แต่เมื่อเข้าไปขอเยี่ยมนายคม ก็ถูกเจ้าหน้าที่สอบถามว่าเป็นญาติหรือเปล่าจะให้เยี่ยมได้เฉพาะญาติเท่านั้น ติณห์ถอดใจบอกให้กลับกันเถอะ แต่ญาณินไม่ถอยใช้เพทุบายจนได้รูปและห้องพักคนไข้ของนายอาคม จากนั้นพากันไปหา แต่พอหาห้องและเตียงเจอ ปรากฏว่านายอาคมไม่อยู่ คนไข้เตียงข้างๆชี้ให้ดู บอกว่าอยู่อีกด้านหนึ่งของห้องรวม

ทั้งสองรีบไปหา เจอชายชราวัย 70 ปี ลักษณะตาบอดข้างหนึ่งและอีกข้างเป็นต้อขุ่นๆ แต่ยังพอเห็นลางๆ

นายคมทำขวดน้ำหล่นก้มลงควานหา ญาณินจึงเก็บให้ถามว่าตนมาหาคุณอาคมทราบไหมว่าคนไหน

นายคมชะงักกึกถามว่า “พวกเธอเป็นใคร ฉันไม่รู้จัก” พลางเพ่งมองติณห์ที่ยืนอยู่ข้างๆญาณิน ภาพค่อยๆชัดขึ้น พลันนายคมก็ตกใจผงะเมื่อเห็นเป็นคุณหลวงยืนอยู่ เขาโวยวายอย่างหวาดกลัว ยกมือไหว้ปลกๆ

“คุณหลวง…ไม่ๆๆ…อย่า…อย่าทำอะไรผมเลย คุณหลวงจะมาเอาชีวิตผม เหมือนที่เอาชีวิตนายสังข์และคนอื่นๆไป ปล่อยผมไปเถอะ ผมกลัวแล้ว”

ติณห์พยายามบอกว่าตนไม่ใช่คุณหลวง ยื่นหน้าเข้าไปให้ดูใกล้ๆ แต่นายคมก็ยังโวยวายอย่างหวาดกลัว ผลักติณห์ออก ร้องลั่น

“ช่วยด้วย…ช่วยด้วย ผมไม่ได้ทำนะคุณหลวง ผมไม่รู้เรื่อง ผม…ผมทำตามคำสั่งพี่เกิด ผมไม่ได้ตั้งใจ” นายคมในวัย 70 กว่า พยายามวิ่งหนีลนลาน แต่เพราะมองไม่เห็นจึงชนข้าวของระเนระนาดจนคนไข้อื่นตกใจแตกตื่น จนไปชนรถเข็นอาหารคว่ำและบาดเจ็บ

พยาบาลวิ่งมาดูนายคม จากนั้นทั้งสองคนก็ถูกสั่งห้ามเข้าโรงพยาบาลเด็ดขาด เพราะทำให้นายคมที่หมอบำบัดเรื่องการควบคุมอารมณ์จนดีขึ้นแล้ว แต่ต้องมาพังหมดเพราะเขาสองคน สั่งห้ามมาที่นี่อีก หากฝ่าฝืนจะแจ้งตำรวจ

แม้จะไม่ได้ข้อมูลละเอียดนักแต่ก็ได้ปมสำคัญว่า นายคมทำตามคำสั่งของนายเกิดซึ่งเป็นปู่ของกำนันพงษ์ ติณห์จะโทร.ไปหากำนันพงษ์ ถูกญาณินห้ามไว้เตือนว่า ลืมไปแล้วหรือว่าคุณหลวงไม่อยากให้ไว้ใจกำนันพงษ์

ติณห์ไม่เชื่อเพราะกำนันพงษ์ช่วยเหลือตนตลอดมา ตนพึ่งพาเขาได้ทุกเรื่อง ญาณินชี้ว่าเขาอาจหวังสมบัติของคุณตาเขาก็ได้ ติณห์พาลหาว่าเธอเองก็คงเข้ามาในทำนองนี้เหมือนกันใช่ไหม อยากมาเป็นเมียตนเพราะหวังสมบัติ

“คุณติณห์” ญาณินตบหน้าเขาเพียะ “ฉันช่วยคุณ เพราะฉันอยากช่วย เพราะฉันคิดว่าฉันช่วยคุณได้ แล้วฉันก็ไม่เคยขอให้คุณซาบซึ้งหรือตอบแทนอะไรฉันทั้งนั้น ฉันขอแค่คุณให้เกียรติฉันบ้างก็แค่นั้น แต่คุณก็ทำไม่ได้ คุณมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากคนอื่นที่ฉันเคยพยายามช่วยหรอก”

ญาณินพูดเสียงสั่นอย่างสะเทือนแล้วเดินหนีไป ติณห์มองตามด้วยความรู้สึกผิดนิดๆที่พูดแรงไป

ooooooo

หลังจากได้รับข้อเสนอจากปาณัทแล้ว เนตรสิ-ตางศุ์ค้นหาข้อมูลของใบหม่อนทางอินเตอร์เน็ต พบภาพเก่าก่อนเข้าวงการกับภาพหลังจากเข้าวงการที่สวยด้วยมีดหมอของเธอแล้ว เนตรสิตางศุ์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า คนเราจะเปลี่ยนโฉมได้ขนาดนี้ คุณหลวงเจ้าที่ และกุมาริกาแอบดูอยู่ด้วยต่างก็ทึ่ง เจ้าที่บอกว่าถึงจะแปลงโฉมยังไง DNA ก็ไม่เปลี่ยนหรอกหลังจากเอาภาพเก่ากับใหม่เปรียบเทียบกันแล้ว เนตรสิตางศุ์พุ่งความสนใจไปที่หมอรุทธ์ทันที

ooooooo

ระหว่างทางไปอยุธยา สุคนธรสหิวจนท้องร้องจ๊อก แต่เธอก็ไม่ยอมกินเกี๊ยวที่ก๊องฝากมาเพราะรู้ว่าฝีมือของเนตรสิตางศุ์นั้นกินไม่ลง แต่บังคับให้ไตรรัตน์กิน ฝ่ายนั้นกินแล้วทำเป็นอร่อยมาก ยัดเยียดให้เธอกินบ้าง เธอกัดเข้าไปแต่กลืนไม่ลง ถูกเขาเคี่ยวเข็ญแกมบังคับให้กลืนเข้าไป

ที่อยุธยา สมศักดิ์กับสมศรี พ่อแม่ของสุคนธรสคอยการมาของลูกสาวอย่างสงสัยว่าต้องมีเรื่องไม่ปกติแน่ๆที่มาเยี่ยมบ้านอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

อึดใจเดียวก็เห็นรถเข้ามา ต่างดีใจออกไปต้อนรับ แต่พอรถจอดประตูสองข้างเปิดออก สุคนธรสกับไตรรัตน์ก็พุ่งออกไปอ้วกแตกอ้วกแตนจนทุกคนงง แต่สมศรีกับสมศักดิ์ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอุทานอย่างมีประสบการณ์ว่า “ท้อง” สุคนธรสบอกว่าไม่ได้ท้องแต่กินของผิดสำแดงมา

พ่อกับแม่รวมทั้งยายเมี้ยนที่เดินท่อกแท่กมาดูหน้าผู้ชายที่สุคนธรสพามาถามว่าตกลงสองคนเป็นผัวเมียกันใช่ไหม ทั้งสองเลยต้องแสดงความเป็นเพื่อนซี้ห้าวๆใส่กัน กอดไหล่ตบหลังกระทั่งเตะขากัน สุคนธรสชี้แจงกับทุกคนว่า

“ไอ้กร๊วกนี่มันเพื่อนฉัน เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก โง่ๆเซ่อๆไม่เคยเห็นวัดฉันเลยพามาเปิดกะโหลกน่ะ”

ไตรรัตน์ขยับจะเถียงก็ถูกสุคนธรสตบไหล่ป้าบเลยต้องเงียบ ทั้งสองแสดงความห้าวแบบเพื่อนกันจนชาวบ้านโดยเฉพาะยายเมี้ยนที่จะมาดูผัวของสุคนธรสผิดหวังเลยพากันกลับไปเซ็งๆ

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่ตลาดหญิงจำเริญ ก็กำลังทำพิธีสะเดาะเคราะห์ขนานใหญ่ เจ๊หญิงกับอาม่าร่วมทำพิธีเอาจริงเอาจังในขณะที่เสี่ยจำเริญทำไปตามน้ำ

ณัฐเดชเข้าไปสังเกตการณ์ด้วย เขาลองเชิงหมอผีสมคิด ทำทีเลื่อมใสถามว่า อาจารย์พอจะทราบไหมว่าทำไมไฟถึงลุกไหม้ตลาดขึ้นมา หมอผีกินปูนร้อนท้องถามว่าจะมาคาดคั้นอะไร ตนจะไปรู้ได้ไง

“ปล๊าว…ผมไม่ได้มาคาดคั้นอะไรนะครับ ก็เห็นชาวบ้านร่ำลือว่าอาจารย์มีวิชาอาคมหยั่งรู้ ถามหาของหาย ถามหาผัว ถามหาเมียก็ตอบได้หมด ผมฟังแล้วทึ่งเลยมาพึ่งอาจารย์บ้าง เผื่ออาจารย์จะนั่งทางในเห็นว่าไฟไหม้ตลาดเพราะอะไร”

“เสียใจนะผู้กอง ถ้าอาจารย์รู้ไปหมดซะทุกเรื่อง ตำรวจอย่างผู้กองคงตกงานกันหมด หึๆ อ่ะนี่ อาม่ากับเจ๊เอาพระไปบูชานะ” หมอผีสมคิดหยิบเหรียญพระให้อาม่ากับเจ๊หญิงอย่างไม่สนใจณัฐเดชเลย ทำเอาผู้กองยืนอึ้ง เสี่ยเดินมาตบไหล่ทำนองให้เงียบเสียเถอะ

ระหว่างนั้น หมอผีสมคิดถามไอ้หาญกับไอ้กล้าที่ให้ไปดูไตรรัตน์ ทั้งสองบอกว่าไม่ยอมโผล่มาเลย ไม่รู้หายหัวไปไหน หมอผีบอกว่างานแบบนี้ไตรรัตน์ไม่น่าพลาดที่จะมาจับผิดตน เชื่อว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่

แล้วหมอผีสมคิดก็มีวิธีสืบรู้จนได้ เมื่ออาม่าเอาเงินมาทำบุญให้ เขาอวยชัยให้พรอาม่าแล้วบ่นว่าเสียดายอาตี๋ไม่มาด้วย

“นั่นน่ะซิ พอดีอาตี๋น้อยอีมีธุระร้อนต้องรีบพาหนูรสไปไหว้พ่อแม่ที่อยุธยา กลับมาจะได้ให้อาจารย์หาฤกษ์ยามแต่งงานกันเสียให้เรียบร้อย”

ณัฐเดชได้ยินโทร.บอกไตรรัตน์เรื่องหมอผีสมคิดมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ที่ตลาด ไตรรัตน์ถามว่าไปขอขมาพ่อแม่สุคนธรสเสร็จหรือยัง ไตรรัตน์บ่นว่า งานนี้อาม่าคงจ่ายไปอีกเป็นแสนแน่ๆ ชี้แจงกับเพื่อนรักว่า

“ไอ้ณัฐ ฉันมากะยัยนี่เพราะเรามีภารกิจกำจัดไอ้หมอผีร่วมกัน ฉันพึ่งแกเรื่องกฎหมาย ส่วยยัยไม้กระดานนี่ ก็อาจจับผิดไอ้หมอนั่นเรื่องไสยศาสตร์ได้ ฉันรักใคร่ไยดีอะไรยัยนี่ซะเมื่อไหร่แกก็รู้ มันเป็นเรื่องอุบัติเหตุทางเพศ”

ไตรรัตน์พูดไม่ทันขาดคำ ก็เจอลูกแปดีดหน้าแข้งดังป้าบตามด้วยเสียงร้อง “อ๊ากกกกกก” จนณัฐเดชแสบแก้วหู

ooooooo

พอหมอผีสมคิดรู้ว่าไตรรัตน์กับสุคนธรสอยู่ที่อยุธยา ก็เอาเครื่องรางของขลังตามไปจะกำจัดเสียที่อยุธยาเลย โดยให้ผีนายธรรมนำทางไปชี้เป้าไปถึง หมอผีสมคิดก็ท่องคาถาจนมีอีกาบินมา หมอผีสั่ง “ฆ่ามัน!” ครู่เดียวอีกาก็บินมาจนมืดฟ้ามัวดินบินวนรอบบ้าน แต่มันไม่เพียงเข้าไปทำอะไรไม่ได้เท่านั้น อีกายังร่วงลงมาหมดสภาพทั้งฝูง หมอผีสมคิดสบถหัวเสีย…

“อะไรกันวะ! บ้านมันมีเกราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแน่นหนามาก นั่นไม่ใช่บ้านคนธรรมดา แต่เป็นบ้านของคนถือศีล ที่มีพุทธคุณคุ้มครองอยู่”

ที่แท้ภายในบ้านสุคนธรส พ่อแม่เธอกำลังนั่งสวดมนต์หน้ารูปหลวงปู่อินและหลวงปู่บุญที่บูชาอยู่บนหิ้ง

หมอผีสมคิดสั่งผีจากโกศ 7 ป่าช้ามาก็ลุกไหม้เป็นไฟหมด ผีนายธรรมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายหมอผีสมคิดตัดสินใจยุติ เพราะขืนส่งไปอีกก็เสียของเปล่าๆ รอให้สุคนธรสออกจากบ้านเมื่อไรค่อยลงมือ

ไตรรัตน์ถูกสุคนธรสแกล้งเมื่อเขาเข้าห้องน้ำ เธอเรียกไอ้ลายตุ๊กแกตัวเท่าศอกออกมาโดดใส่จนไตรรัตน์เป็นลมในห้องน้ำ จนมานั่งกินข้าวกันไตรรัตน์ก็ยังไม่หายสยอง สุคนธรสเลยเสนอว่าจะพาไปรดน้ำมนต์แก้ซวยที่ถูกตุ๊กแกโดดใส่ที่นอกบ้าน หมอผีสมคิดยังซุ่มรอเวลาอยู่อย่างใจจดจ่อ

ooooooo

ทะเลาะกันหลังจากไปหานายคมแล้ว ญาณิน กลับถึงบ้านก็เอาแต่นั่งเศร้า ข้าวปลาก็ไม่ยอมกินจนป้าออเป็นห่วง

ส่วนติณห์เมื่อกลับมานั่งคิดทบทวนแล้วรู้สึกผิด คืนนี้จึงไปหาญาณินที่บริษัทเพื่อขอโทษเธอ ญาณินแกล้งถามว่าขอโทษเรื่องอะไร คุณหลวงและกุมาริกาแอบลุ้นอยู่ใกล้ๆ ได้ยินติณห์พูดอย่างสำนึกผิดว่า

“ขอโทษ…ผมพูดอะไรเลวๆออกไปวันนี้ ที่จริงแล้ว มันคงเป็นเพราะผมท้อ ผมสิ้นหวัง ผมรู้ดีว่าคุณแคร์เรื่องของผมจริงๆ ไม่มีใครที่อยากจะช่วยผมให้ค้นหาความจริงที่มันเกิดขึ้นในครอบครัวผมอีกแล้วนอกจากคุณ…อย่าทิ้งผมนะญาณิน อย่าปล่อยให้ผมอยู่ในความมืดตลอดไป”

ญาณินมองเขาด้วยแววตาที่อ่อนโยน หายโกรธ คุณหลวงกับกุมาริกาที่แอบลุ้นอยู่กระโดดกอดกันด้วยความดีใจ

ooooooo

เคธี่คนรักเก่าของไตรรัตน์บินตรงจากอเมริกามาเมืองไทยหมายมาคืนดีกับเขา พอรู้จากเจ๊หญิงและเสี่ยว่าไตรรัตน์ไม่อยู่ และขอเธออย่าได้มาที่นี่อีกเพราะไม่ยินดีต้อนรับ เธอหันกลับ เจออาอี๊เข้าพอดี ต่างทักทายกันอย่างสนิทสนม แล้วอาอี๊ก็เล่าอย่างอยากเม้าท์เต็มทนว่า

“อาไตรไม่อยู่กรุงเทพฯหรอก ไปอยุธยานู่น ความจริงอาไตรไม่อยากไปหรอก ก็ยัยเจ๊หญิงพี่สาวจอมบงการของฉันน่ะซิ บังคับให้อาไตรพาผู้หญิงไปขอขมาพ่อแม่ฝ่ายโน้น ไม่รู้ไปหลงใหลได้ปลื้มอะไรเด็กคนนั้นนักหนา”

เคธี่ไม่เข้าใจคำว่าขอขมา อาอี๊บรรยายว่า ไตรรัตน์ไปชิงสุกก่อนห่ามจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตเสี่ยเลยต้องรับผิดชอบ เห็นว่ากำลังรีบหาฤกษ์หายามให้แต่งงานกันเร็วๆนี้แหละ

เคธี่หน้าเครียดถามว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร อาอี๊บอกว่าชื่อสุคนธรส

เธอถามอีกว่าสวยไหม ตนอยากเห็นหน้าเสียแล้ว ถามแล้วยิ้มอย่างมั่นใจว่าตัวเองต้องสวยกินขาดแน่ๆ

ooooooo





ชอบเว็บนี้ กด Like เลย

Tags:
ขอขอบคุณ Youtube Channel: TV3 Official, gmmchannel, GTHchannel, MCOT Official และ ช่อง one

ความคิดเห็น


เพื่อนๆที่ดูไม่ได้แนะนำให้ลองใช้โปรแกรม Chrome ในการดูนะครับ